5 รูปแบบประตูสมัยใหม่… ที่ต้องใหญ่ไว้ก่อน

หลังๆมานี้ ผมมักจะเจอคำถามเกี่ยวกับบานกระจก ที่ผู้ออกแบบมักจะชอบออกแบบให้มีขนาดใหญ่มากๆ ยิ่งใหญ่ได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถ้าเป็นแต่ก่อน บานประตูขนาดมาตรฐานก็จะสูงแค่ 2 เมตรกว่าๆ และจะใส่เป็นบานกระจกช่องแสงไว้เหนือบานประตู แต่สมัยนี้อาคารสมัยใหม่มักจะไม่นิยมใช้ช่องแสงเหนือประตูเท่าไหร่ครับ ดีไซน์สมัยนี้เค้านิยมทำเป็นบานประตูตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานเลย

สำหรับบทความนี้ ผมจึงขอแชร์ไอเดียการออกแบบบานประตูรูปแบบใหม่ๆที่กำลังเป็นที่นิยมมาแชร์กันบ้างครับ โดยขอเริ่มจากลักษณะบานที่ไม่ใหญ่มากนักไปจนถึงบานกระจกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปเลยครับ…

1) ประตูรูปทรงอิสระ (Irregular-shape Door)

 

shapedoor1door_grid1

ตัวอย่างประตูสองบานนี้น่าสนใจทีเดียวครับ โดยการออกแบบรูปทรงของบานประตูเป็นสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าหรือรูปทรงอิสระ ก็สร้างจุดเด่นที่แตกต่างให้กับงานออกแบบได้อย่างมากมาย อาจจะทำยากสักหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินไปเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ทำให้ประตูของเราดูโดดเด่นน่าสนใจขึ้นมากครับ

2) ประตูชนิดจุดหมุนกลางบานแบบตั้งค้างได้ (90° Hold-Open Center-Pivot Door)

pivot_frame1pivot_center1

เมื่อใช้ประตูแบบ Pivot Door หลายๆบานโดยติดตั้งจุดหมุนไว้กลางบาน ก็จะได้ผนังกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดกว้างรับลมได้อย่างสบายๆ สำหรับการติดตั้งแบบนี้ ควรเลือกโช๊คอัพฝังพื้น (Floor Spring) แบบตั้งค้าง 90° แต่หมุนได้รอบ 360° เพราะถ้าใช้แบบทั่วไปจะเปิดได้ แค่ 90-130 องศา ซึ่งเวลาปิดหากเผลอปิดผิดด้านทำให้โช๊คอัพเสียได้ครับ แต่โช๊คอัพชนิดนี้ในไทยอาจจะหายากสักหน่อยนะครับ [คลิปด้านล่าง เป็นภาพตัวอย่างอุปกรณ์โช๊คฝังพื้นที่หมุนได้รอบ 360° และตั้งค้างที่ 90° ซึ่งเหมาะกับการใช้งานลักษณะนี้ครับ]

3) ประตูขนาดกว้างพิเศษ (Hinged Pivot Door)

pivot_london_door1

glass-door-360deg

กว้างกันขึ้นไปอีกกับประตูชนิด Pivot Door กลางบานแบบนี้ ด้วยขนาดประตูบานเปิดที่กว้างกว่า 2 เมตรและใช้ประตูกระจกเพียงบานเดียวไม่แบ่งบาน ลักษณะบานกว้างๆน้ำหนักมากแบบนี้โช๊คอัพฝังพื้นเอาไม่อยู่นะครับ จะต้องใช้เป็นจุดหมุนฝังพื้นแบบพิเศษ (Heavy-Duty Floor Pivot) ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้จะเป็นจุดหมุนสำหรับบานประตูโดยเฉพาะที่รับน้ำหนักได้ถึง 300 Kg. แต่เนื่องจากตัวอุปกรณ์ไม่ใช่โช๊คอัพเป็นแค่จุดหมุน จึงไม่สามารถตั้งบานค้างไว้เองได้ ซึ่งหากจะเปิดบานตั้งค้างไว้เพื่อรับลม จะต้องมีอุปกรณ์ล็อคบานกับพื้นเสริมเพิ่มเข้าไปด้วยครับ

heavydutypivot1

4) บานเฟี้ยม (Folding Door)

folding1 folding2

บานเฟี้ยมเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในบ้านเรา เพราะเป็นระบบบานประตูที่เปิดได้กว้างมากที่สุดแถมยังกินพื้นที่เมื่อเปิดน้อยที่สุดอีกด้วย เพราะในระบบบานเฟี้ยม เราสามารถพับซ้อนบานประตูหลายๆบานไปเก็บไว้ด้านข้างจึงไม่เปลืองที่ แต่ข้อเสียของประตูชนิดนี้ก็คือ ไม่เหมาะสำหรับประตูที่มีการใช้งานเปิด-ปิดบ่อยๆครับ เพราะการเปิด-ปิดแต่ละครั้งกินเวลามากกว่าบานชนิดอื่นๆ บานแบบนี้จึงเหมาะสำหรับบานที่เวลาเปิดทีก็เปิดทิ้งไว้นานๆเท่านั้นครับ

5) บานประตูกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

largest_door1

largest_door2

ถ้าประตูสี่แบบที่ผมเสนอมา ยังไม่ใหญ่พอ ประตูชุดนี้สะใจแน่นอนครับ เพราะเป็นบานประตูกระจกชนิดจุดหมุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ โดยบ้าน+สตูดิโอแห่งนี้อยู่ที่เมืองแอนท์เวิร์บ ประเทศเบลเยียม ออกแบบเป็นบานประตูบานคู่ขนาดสูง 2 ชั้นครึ่ง ด้วยประตูกว้าง 3 เมตร สูง 6 เมตรต่อบาน และมีน้ำหนักถึงบานละ 2 ตัน! ทำให้บ้านกึ่งสตูดิโอหลังนี้มีแผงอาคารด้านหน้าที่โปร่งสบายเปิดโล่งมากถึงมากที่สุดตลอด 3 ชั้นของอาคาร

ส่วนเทคนิคการผลิตและติดตั้งบานใหญ่ๆได้ถึงขนาดนี้ เราๆท่านๆคงทำกันเองไม่ได้ ชุดประตูกระจกบานนี้เป็นบานเหล็กที่ออกแบบและผลิตเฉพาะ โดยบริษัท Jansen จากสวิสเซอร์แลนด์ครับ

ครบแล้วนะครับสำหรับไอเดียบานประตูขนาดใหญ่ๆ 5 รูปแบบที่นำมาฝากกัน สไตล์ประตูที่นำมาเสนอส่วนใหญ่ เราสามารถออกแบบและผลิตได้นะครับ แต่สำหรับบานใหญ่มากๆ ก็ควรจะต้องปรึกษากับผู้ผลิต-ผู้ติดตั้งให้ดีถึงสเปควัสดุและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ให้มีความเหมาะสม เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคตครับ…

เรื่อง - กระจกไม่กระจอก -

ข้อมูลอ้างอิง: contemporist.com / homedit.com