Apple Store 5th Avenue สาขาที่ให้ความสำคัญกับกระจกสุดๆ

แอปเปิ้ลสโตร์สาขา The Fifth Avenue ใจกลางมหานครนิวยอร์ค ได้ชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค โดยแนวคิดในการออกแบบเป็นโครงสร้างกระจกทรงกล่องสี่เหลี่ยมนี้เป็นของสตีฟจ๊อบส์เองครับ!

โครงสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2006 โดยสร้างเป็นกล่องกระจกสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาด 9.7 เมตร ครอบไว้บนพื้น และการเข้าถึงในร้านจะต้องเดินลงบันไดกระจกลงไปในช็อปด้านล่างครับ!

apple2006

กล่องกระจกนี้ มองจากภายนอกจะประกอบด้วยกระจกจำนวน 90 แผ่น ยึดกันด้วยตัวยึดกระจกขนาดเล็กที่ถูกออกแบบเฉพาะให้มองเห็นตัวยึดกระจกน้อยที่สุด ส่วนหลังคาจะมีกระจกซอยถี่เป็นสัน (Rib) รองรับน้ำหนักกระจกหลังคาไว้ภายในอาคาร

หลังสร้างเสร็จ แอปเปิ้ลไม่แฮ้ปปี้ครับ!  บอกว่าโครงสร้างและรอยต่อกระจกมีมากเกินไป ไม่สื่อถึงความ Simple ของแบรนด์ Apple ได้มากพอ… จึงได้มีการระดมสมองและทีมวิศวกรในการออกแบบโครงสร้างกล่องกระจกนี้ใหม่ และเริ่มทำการรีโนเวทกล่องกระจกกล่องนี้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2011 (หลังจากสร้างกล่องเสร็จ 5 ปี) โดยเริ่มเปิดใช้กล่องกระจกใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน

apple2011

โครงสร้างใหม่หลังจากการรีโนเวทแล้วเสร็จ ได้ทำการลดจำนวนกระจกจาก 90 แผ่น เหลือเพียงกระจกขนาดเท่าๆกันจำนวน 15 แผ่นเท่านั้นครับ

2006-2011-structure

fifth-ave-store

โดยในช่วงของการรีโนเวท ทางแอปเปิ้ลเอาแผ่นไม้มาปิดไว้รอบนอกอาคาร และเหลือเพียงทางเข้าไว้ให้ลูกค้าเดินเข้าไปในร้าน โดยเขียนไว้เพียงว่า “ยังคงเปิดตลอด 24 ชั่วโมง” จริงๆต้องนับถือทีมงานติดตั้งกล่องกระจกชุดนี้มากๆ เพราะแอปเปิ้ลสาขานี้ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ยังสามารถทำงานรื้อถอนติดตั้งไปด้วยได้ แล้วยังต้องรักษาความลับถึงรูปโฉมใหม่นี้ไปด้วยอีก!

cube-110809-4

หลังจากนั้นซักพัก ก็เฉลยว่ารูปทรงกล่องกระจกจะลดจาก 90 แผ่นเหลือเพียง 15 แผ่น โดยเปลี่ยนสีและกราฟิกแผ่นไม้ที่ปิดภายนอก เพื่อสื่อสารถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นครับ

cube-110809-3

จะเห็นได้ว่า Apple นอกจากเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว ยังให้ความสำคัญกับกระจกมากกกก… มากจริงๆครับ เพราะว่ากล่องกระจกใบนี้ มีมูลค่าถึง 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยก็ 230 กว่าล้านบาท!!! รวมถึงความยุ่งยากในการทำงานในขณะที่ช็อปเปิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความ Simple ไร้รอยต่อของกระจก (Seamless) และเพื่อการสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ Apple นั่นเองครับ

ที่มา - appleinsider.com -