Tag Archives: กระจกประหยัดพลังงาน

ค่า U-Value ของกระจกคืออะไรนะ

หากจะอธิบายค่า U-Value ให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมว่าเรามาดูหน่วยวัดกันก่อนดีกว่าครับ ค่า U-Value มีหน่วยเป็น ‘W/m2·°K’ (°K มีค่าเท่ากันกับ°C) ซึ่งถ้าเอาหน่วยนับนี้มาตีความ จะหมายความว่า ‘พลังงานความร้อนถ่ายเทผ่านกระจกกี่วัตต์บนพื้นที่กระจก 1 ตารางเมตร ที่อุณหภูมิต่างกัน 1 องศาเซลเซียส’ จะเห็นได้ว่า เจ้าค่า U-Value นี่ เค้าพูดถึงความร้อนที่ถ่ายเทจากฝั่งนึงของกระจก ข้ามไปอีกฝั่งนึงของกระจก ทีนี้ เรามาดูกันว่าการที่ความร้อนจะถ่ายเทจากฝั่งนึงไปอีกฝั่งนึงได้มันเกิดจากอะไรได้บ้าง 1) การนำ (Conduction) ถ้าลูกบอลแต่ละลูกคือโมเลกุลของกระจก จะเห็นได้ว่าความร้อนจากลูกบอลจะส่งผ่านไปยังลูกบอลลูกถัดไปที่อยู่ติดๆกัน แบบนี้ไปเรื่อยๆจนความร้อนไปถึงอีกฝั่งนึง! 2) การพา (Convection) ทีนี้ ลองนึกภาพตามว่าถ้าระหว่างลูกบอลมันดันมีช่องว่างมาคั่นล่ะครับ ก็จะเห็นได้ว่าความร้อนจะไม่สามารถส่งต่อไปยังลูกติดๆกันผ่านการนำได้แล้ว แต่ความร้อนก็ยังถูกส่งต่อไปได้นะครับ โดยลูกบอลลูกแรกจะต้องส่งความร้อนผ่านอากาศพาไปหาลูกบอลลูกติดๆกัน การส่งความร้อนผ่านอากาศแบบนี้เราเรียกว่า ‘การพา’ (Convection) นั่นเอง! 3) การแผ่ (Radiation) ทีนี้ ถ้าสมมุติว่าความร้อนมันถูกส่งผ่านทั้งการนำและการพาไปจนถึงลูกบอลลูกสุดท้าย หรือถ้าเปรียบเทียบกับกระจกก็คือมาถึงผิวกระจกด้านในอาคารล่ะ… เพราะลูกบอลที่อยู่ผิวด้านในอาคารมันก็สะสมความร้อน (Absorptance) ไว้ในตัวเองอยู่แล้ว มันก็หาทางคายความร้อนออกมาด้วยการแผ่ออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งความร้อนของผิวกระจกในอาคารเท่ากับอากาศในอาคารมันถึงจะหยุดแผ่ […]

กระจก Low-E กับ Reflective… เลือกแบบไหนดี?

สวัสดีครับ หลังจากว่างเว้นจากการเขียนบทความไปนาน ผมขอกลับมาทำหน้าที่นำเสนอบทความสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกเช่นเคยนะครับ ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายๆท่านสอบถามเกี่ยวกับการเลือกใช้กระจกเพื่อลดความร้อนภายในอาคาร ว่ากระจกชนิดไหนเอามาทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และกระจกแต่ละชนิด มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ผมจึงขอถือโอกาสเขียนบทความนี้เพื่อแนะนำเกี่ยวกับกระจกเคลือบสารเพื่อการประหยัดพลังงาน หรือในที่นี้ขอเรียกง่ายๆว่ากระจกโค้ทติ้ง (Coated Glass) ละกันนะครับ! ถ้าพูดถึงกระจกที่เราจะเลือกใช้เพื่อการประหยัดพลังงาน ผมแนะนำให้มองไปที่ ‘กระจกโค้ทติ้ง’ เป็นหลักได้เลยครับ! ซึ่งจะหมายถึงกระจกที่มีการเคลือบสารอะไรบางอย่างไว้ที่ผิวเพื่อป้องกันความร้อนเข้ามาในอาคารโดยเฉพาะ ส่วนพวกกระจกสีเขียว สีชาต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระจกสีตัดแสง (Tinted Glass) ก็พอจะช่วยในแง่การประหยัดพลังงานได้เช่นกัน แต่ถ้าเทียบประสิทธิภาพกันจริงๆแล้ว กระจกสีตัดแสงจะมีประสิทธิภาพสู้กระจกโค้ทติ้งไม่ได้เลยครับ ทีนี้พอพูดถึงกระจกโค้ทติ้ง จริงๆก็มีวิธีการแบ่งประเภทได้ตามเทคนิคการเคลือบผิว หรือสารที่นำมาเคลือบ แต่เพื่อความง่ายในการอธิบายให้เข้าใจ ผมขอแบ่งกระจกโค้ทติ้งเป็นสองประเภท คือกระจก Low-E (โลว์อี) และกระจก Reflective (รีเฟล็กทีฟ) ถึงแม้ว่ากระจกทั้งสองชนิดนี้ จะใช้หลักการเคลือบสารโลหะไว้ที่ผิวกระจกเพื่อสะท้อนความร้อนออกไปเหมือนๆกัน แต่ก็มีความต่างกันตรงที่ กระจกรีเฟล็กทีฟ จะเคลือบสารโลหะที่ให้การสะท้อนแสงสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโลหะที่มีความแข็งและทนต่อสภาวะอากาศได้ดี จึงสามารถนำกระจกไปใช้งานแผ่นเดี่ยวๆ หรือโชว์ด้านเคลือบได้ และตัดความร้อนโดยใช้หลักการสะท้อนทั้งคลื่นแสงและความร้อนออกไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าเป็นกระจก Low-E ส่วนใหญ่จะเคลือบผิวกระจกโดยใช้สารเงิน (Silver / Ag) เป็นส่วนประกอบ พร้อมกับสารโลหะอื่นๆ โดยเคลือบไว้บางๆที่ผิวกระจก ซึ่งสารเคลือบบางๆที่ว่านี้ ยังคงให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้มาก และมีการสะท้อนแสงที่ค่อนข้างต่ำ […]

การอ่านค่าประสิทธิภาพกระจก (อย่างง่าย)

สำหรับบทความนี้ เป็นบทความ ‘ปูพื้น’ ในเรื่องของกระจกประหยัดพลังงานกันก่อนนะครับ เพราะผมเชื่อว่ามีหลายๆท่านที่คงอยากเลือกใช้กระจกประหยัดพลังงานได้ด้วยตัวเอง แต่เวลาคุยกับบริษัทกระจก จะเจอกับตารางเปรียบเทียบค่าประสิทธิภาพต่างๆที่มีตัวเลขมากมาย ทำนองนี้… บอกตามตรงครับ ถ้าผมเป็นเจ้าของโครงการหรือช่างกระจกที่ไม่ได้ศึกษาในเรื่องนี้มาก่อน ผมเลือกไม่เป็นหรอกครับ! เพราะข้อมูลมาแบบนี้ บุคคลทั่วไปเค้าจะเข้าใจได้อย่างไรครับว่า กระจกที่เรานำมาเปรียบเทียบกันนั้น มันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร? บทความนี้ ผมจึงขอถือโอกาสอธิบายเรื่องที่น่ากลัวเรื่องนี้ให้ง่ายขึ้น โดยขอเน้นไปที่แค่สองค่าพอคือ “Visible Light Transmission” และ “SHGC” นะครับ เพราะสองค่านี้พูดถึงเรื่องหลักๆที่มากับแสงอาทิตย์สองเรื่องที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว นั่นก็คือ “แสง” และ “ความร้อน” นั่นเอง 1) “Visible Light Transmission” หรือตัวย่อ “VLT” แปลกันตรงตัวก็คือ “ค่าการส่งผ่านของแสง (ที่เรามองเห็นได้)” ตัวเลขจะมาเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่บางครั้งก็มาเป็นจุดทศนิยม ซึ่งก็จะเข้าใจเป็นเปอร์เซ็นต์ได้เลยโดยการเอาเลขทศนิยมนั้นมาคูณ 100 ครับ ค่านี้เข้าใจได้ง่ายๆตามรูปข้างบนเลยครับ ถ้ากระจกนั้นๆ มีค่าการส่องผ่านของแสงสูง เช่น ถ้าค่า VLT เท่ากับ 80% (หรือ 0.80) ก็หมายความว่า ถ้ามีแสงมากระทบที่กระจกคิดเป็น 100% กระจกแผ่นนี้จะยอมให้แสงส่องผ่านกระจกเข้ามาได้ […]

เลือกกระจกให้เหมาะ เพื่อรับมือกับความร้อน!!!

หลายๆคนมักจะถามผมว่า ‘มีกระจกอะไรที่ไม่แพงเกินไปแต่ลดความร้อนได้ดีๆมั้ย?’ คำตอบคือ ‘มีครับ!’ แต่กระจกที่กันความร้อนได้ดีๆ โดยที่ราคาไม่แพง ก็มีข้อเสียที่ควรจะทราบไว้เช่นกันเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนกระจกที่กันความร้อนได้ดีมากๆ แต่ยอมรับได้ถ้าราคาแพงหน่อย อันนี้ง่ายเลยครับ การรับมือกับความร้อนด้วยกระจก ถ้าจะเอาแบบเข้าใจละเอียดเป็นจริงเป็นจัง ผมคงต้องเขียนบทความนี้ในเชิงวิชาการและคงยาวเป็นเล่มๆแน่ครับ ดังนั้น บทความนี้ผมจึงขอเขียนอธิบายแบบง่ายๆ ด้วยการให้คุณผู้อ่านทำความรู้จักกับกระจกประหยัดพลังงานชนิดต่างๆแค่สามชนิดหลักๆ ซึ่งกระจกบางชนิดเราอาจจะคุ้นหูกันมาบ้าง บางชนิดอาจจะไม่รู้จักมาก่อนเลย มาดูกันเลยครับว่า ถ้าจะเลือกกระจกที่ช่วยลดความร้อน เรามีทางเลือกอะไรได้บ้าง และแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร 1) กระจกสีตัดแสง ถ้าพูดถึงกระจกที่ช่วยลดความร้อน เบสิคสุดก็ต้องกระจกสีตัดแสงครับ หลักการของกระจกชนิดนี้คือการใส่สีเข้าไปในเนื้อกระจกในขั้นตอนการผลิต  ถ้าย้อนไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน กระจกสีชาดำจะเป็นสีที่นิยมมาก ใช้กระจกชนิดนี้กันแทบทุกบ้าน โดยกระจกประเภทนี้อาศัยความมืดมาตัดความร้อนครับ ยิ่งกระจกสีเข้มมากๆก็จะกันความร้อนได้เป็นอย่างดี แต่กระจกชนิดนี้จะมืดมาก โดยเฉพาะช่วงที่แสงน้อยจะดูไม่ค่อยโปร่งโล่งสบายนักเพราะมองเห็นภายนอกได้ไม่ชัดเจน ยุคต่อมา ในยุคที่โครงการหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดบูม ผู้ประกอบการต่างโปรโมตจุดขายการใช้กระจกเขียวตัดแสง (Green Tinted Glass) ว่าช่วยลดความร้อนได้มากและสีเขียวเป็นสีที่ดูแล้วสบายตา กระจกเขียวจึงเป็นกระจกที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มบ้านและคอนโด เรียกว่าแทบทุกโครงการจะโฆษณากระจกชนิดนี้เป็นอย่างมาก พร้อมๆกับความนิยมในกระจกสีชาดำที่น้อยลงเรื่อยๆ ข้อดีของกระจกชนิดนี้คือราคาไม่แพงและคุ้มค่ากับประสิทธิภาพที่ได้รับ เพราะมีราคาสูงกว่ากระจกใสธรรมดาเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น ในขณะที่ให้ประสิทธิภาพป้องกันความร้อนเข้ามาในอาคารได้ประมาณ 40-50% จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ข้อเสียคือ กระจกชนิดนี้จะอมความร้อนในตัวกระจกไว้ค่อนข้างสูง เพราะการผลิตกระจกสี ทำได้โดยการเพิ่มออกไซด์ของโลหะชนิดต่างๆเข้าไป ซึ่งมีผลให้เมื่อกระจกสีถูกตากแดดนานๆ ตัวกระจกจะอมความร้อนไว้ และค่อยๆคลายความร้อน […]