Category Archives: glass around the world

‘BGF’ ผู้ผลิตกระจกโฟลตรายที่ 3 ของไทย!

กันยานี้ เราจะมีกระจกโฟลตแบรนด์ใหม่ที่ผลิตในประเทศไทยออกสู่ท้องตลาดเป็นรายที่ 3 แล้วนะครับ กับแบรนด์ BGF หรือ ‘บีจีโฟลต กล๊าส’ ถึงจะเป็นแบรนด์ใหม่แต่หน้าไม่ใหม่ เพราะ BGF คือธุรกิจใหม่ของบางกอกกล๊าส ผู้นำในธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ที่สบช่องขยายธุรกิจจากการหลอมแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์ มาสู่การหลอมแก้วออกมาเป็นกระจกแผ่นเรียบครับ โดยโรงงานใหม่ของกระจก BGF ตั้งอยู่ที่อำเภอกบินทร์บุรี ในเนื้อที่ 150 ไร่ โดยจะเริ่มเดินเครื่องในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และหลังจากนั้น ประเทศไทยเราจะมีกระจกแผ่นเรียบหลั่งไหลออกมาจากเตากระจกโฟลตแห่งใหม่นี้อีกวันละ 600 ตันครับ! วันนี้ผมได้มีโอกาสไปฟังผู้บริหารของ BGF เล่าให้ฟังถึงเทคโนโลยีของโรงงานโฟลตแห่งใหม่นี้ พอสรุปได้ใจความดังนี้ครับ เตาโฟลตตัวใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ทั้งในกระบวนการผสมวัตถุดิบและเตาหลอม (Batch House & Furnace) ส่วนบ่อดีบุก (Tin Bath) สามารถเทน้ำกระจกเป็นแผ่น (Glass Ribbon) ได้กว้างถึง 4 เมตร โซนทำให้กระจกเย็นตัวลง (Annealing Lehr) ใช้เทคโนโลยีจากเบลเยียม ที่มีความพร้อมสำหรับการโค้ทกระจกประหยัดพลังงานแบบออนไลน์ หลังกระจกเซ็ทตัวออกมาเป็นแผ่นเรียบแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังเครื่องตัดและล้างกระจก จากนั้นกระจกทุกแผ่นจะต้องผ่านเครื่องตรวจสอบความหนา สแกนหาสิ่งปนเปื้อนในกระจก […]

เพิ่มสไตล์ให้ห้องอาบน้ำ ด้วยกระจกแบบใหม่ๆ

เบื่อไหม… กับกระจกบานห้องน้ำแบบเดิมๆที่มีแต่กระจกใส? จริงๆแล้ว เราสามารถเลือกใช้กระจกที่หลากหลายกับห้องอาบน้ำเพื่อทำให้ดูมีสไตล์ น่าสนใจยิ่งขึ้น วันนี้ผมจึงเลือกรูปแบบบานกระจกห้องอาบน้ำชนิดต่างๆ ที่สามารถเลือกและสั่งทำได้แล้วในบ้านเรา เผื่อจะเป็นไอเดียสำหรับท่านผู้อ่านในการนำไปใช้กับงานของท่านดูนะครับ! 1) เบื่อกระจกใส ก็ต้องนี่เลย… กระจกสีตัดแสง บานกระจกห้องอาบน้ำบ้านเรา เกือบ 100% ทำไมถึงใช้แต่กระจกใส ทั้งที่จริงๆแล้ว เราสามารถเลือกใช้กระจกสีตัดแสงมาอบเทมเปอร์ ทำเป็นฉากกั้นอาบน้ำได้เลย ไม่ยากแถมราคาก็ไม่ได้สูงกว่ากระจกใสธรรมดามากเท่าไหร่ด้วยครับ สำหรับกระจกสีตัดแสงความหนา 8-10 มม.ในบ้านเราตอนนี้ ที่มีให้เลือกก็จะเป็นสีเทายูโรเกรย์ และสีเขียว ส่วนสีฟ้าและสีชาอ่อนก็มีนะครับ แต่อาจจะหาของยากสักหน่อยเพราะผู้ประกอบการไม่ค่อยได้นำเข้ามาจำหน่ายครับ 2) กระจกซาติน… โป๊แต่ไม่เปลือย กระจกซาตินจะช่วยกั้นพื้นที่ให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทึบเกินไป จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ในห้องอาบน้ำมาก เพราะเป็นกระจกที่สามารถถูกน้ำได้และไม่เป็นคราบสกปรกเหมือนกระจกพ่นทราย โดยกระจกซาตินเทมเปอร์ที่ความหนา 8-10 มม. แบบนี้ ผู้ผลิตกระจกเทมเปอร์หลายๆรายก็มีผลิตและจำหน่ายแล้วครับ แต่ถ้าหากต้องการกระจกผิวฝ้าแค่บางส่วนของแผ่น โดยมีส่วนเว้นใสบนกระจกด้วย ก็สามารถทำได้ โดยเลือกใช้กระจกพ่นทรายกันสติ๊กเกอร์ แต่เนื่องจากกระจกพ่นทรายจะสกปรกและเป็นคราบได้ง่าย จึงควรเคลือบด้วยสารนาโนลงบนกระจกด้านที่พ่นทราย ซึ่งน้ำยาเคลือบกระจกสมัยนี้ ได้มีการพัฒนาคุณภาพให้มีความคงทน และช่วยทำให้กระจกพ่นทรายดูใหม่ได้อย่างยาวนานอย่างน้อย 5 ปีเลยทีเดียว แต่กระจกที่เคลือบน้ำยาชนิดนี้ เราห้ามเช็ดถูด้วยสารเคมีต่างๆ และต้องระมัดระวังการเช็ดอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้สารเคลือบหลุดออกมาครับ 3) กระจกพิมพ์ลาย… พิมพ์อะไรก็ได้ที่ต้องการ ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์กระจก […]

อยากได้สระว่ายน้ำใสๆ… เลือกใช้กระจกหรืออะคริลิคดี?

เดือนที่แล้ว มีผู้ออกแบบสอบถามผมเกี่ยวกับการใช้กระจกมาทำเป็นพื้นสระว่ายน้ำแบบในรูปนี่แหละครับ โดยต้องการพื้นสระเป็นกระจกกว้าง 1.4 เมตร ยาว 4 เมตร และรองรับความลึก 1.5 เมตร… ในรูปนี้ยังมีเฟรมซัพพอร์ทเป็นระยะ แต่งานที่ผมพูดถึงนี่… เค้าไม่ต้องการเฟรมซัพพอร์ทและต้องการเป็นกระจกแผ่นเดียวเลยครับ! งานนี้ผมเลยต้องพึ่งทีมวิศวกรของ Kuraray ในการคำนวณการรับแรง และได้สเปคกระจกที่คำนวณออกมาได้เป็นแบบนี้ครับ จริงๆแล้วในการคำนวณการรับแรง เค้าจะคำนวณการรับแรงของกระจกแค่สองชั้น เพื่อที่จะเผื่อว่า ถ้าหากกระจกแผ่นบนเกิดแตกขึ้นมา กระจกอีกสองแผ่นจะต้องสามารถรองรับน้ำหนักน้ำและน้ำหนักกระจกที่แตกได้เผื่อไว้เลย ซึ่งกระจกเทมเปอร์ลามิเนต 15 มม. 2 ชั้น ที่ใช้ฟิล์ม SentryGlas ความหนา 2.28 มม. จะรับน้ำหนักได้ที่ 1.6 ตันต่อตารางเมตร ซึ่งรองรับน้ำหนักของน้ำได้ที่ความสูง 1.5 เมตรพอดี! แต่ในความเป็นจริง เค้าให้ใช้กระจกลามิเนตถึง 3 ชั้น ทำให้รับน้ำหนักได้อย่างเหลือๆแน่นอนครับ!!! ทีนี้ ถ้าคิดต่อว่า ในเมื่อกระจกแค่สองชั้นก็รองรับน้ำหนักได้ ทำไมเราต้องสเปคกระจกเพิ่มไปถึง 3 ชั้นให้แพงขึ้นล่ะครับ? คำตอบก็คือ ‘ก็เพราะว่ากระจกมันอาจจะแตกได้!’ ซึ่งอย่างเคสนี้ ถ้ากระจกแตก เราต้องเผื่อให้กระจกแผ่นล่างที่ไม่แตก รองรับน้ำหนักทั้งหมดไว้ให้ได้ด้วย […]

5 โครงการสวย… ด้วยกระจกพิมพ์ลาย

อยากได้ลายสวยๆบนตึก? ก็พิมพ์ลายลงไปบนกระจกได้เลยครับ! เพราะวันนี้ เรามีเทคโนโลยีอิงค์เจ็ทที่สามารถพิมพ์ลวดลายอะไรก็ได้ลงบนกระจกโดยตรง โดยใช้ ‘หมึกเซรามิค’ ซึ่งหลังจากพิมพ์ลวดลายต่างๆ ลงบนกระจกแล้ว จะต้องนำกระจกแผ่นนั้นไปผ่านกระบวนการอบเทมเปอร์ที่อุณหภูมิประมาณ 700 องศาเซลเซียส เพื่อให้หมึกเซรามิคหลอมติดแน่นกับแผ่นกระจกอย่างคงทนถาวรครับ! ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบนี้ ทำให้สถาปนิกสามารถออกแบบโครงการครีเอทๆ ได้เยอะแยะมากมาย วันนี้ ผมจึงคัดเลือกโครงการสวยๆที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่มาฝากกันครับ 1. AFI Mall, มอสโคว์ รัสเซีย ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงมอสโคว์แห่งนี้ โดดเด่นขึ้นมาได้ ด้วยการพิมพ์ภาพลายป่าสนลงบนกระจกที่เรียงรายล้อมรอบอาคารจำนวน 3,500 แผ่น โดยภาพที่พิมพ์จะเน้นรายละเอียดของต้นสนต่างๆที่พบได้ในป่ารัสเซีย นอกจากนี้ ผู้ออกแบบได้เลือกที่จะยกสเต็ปกระจกบางแผ่นให้อยู่คนละระนาบของผนังอาคารเพื่อสร้างมิติ ทำให้มอลล์แห่งนี้ดูน่าสนใจและดูโดดเด่นขึ้นมากๆเลยทีเดียว การเตรียมไฟล์สำหรับพิมพ์ภาพลงบนกระจก เค้าใส่ใจในรายละเอียดและลงดีเทลของใบไม้เมื่อเข้าไปมองใกล้ๆเลยนะครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเตรียมภาพรายละเอียดขนาดนี้บนกระจกถึง 3 พันกว่าแผ่น! 2. อาคารนิทรรศการ Wanda Exhibition, หนานชาง ประเทศจีน ถ้าผมไม่ได้บอกไว้ก่อนว่าเรากำลังพูดถึงงานพิมพ์อิงค์เจ็ทลงบนกระจก คงยากที่เดานะครับ ว่าอาคารนิทรรศการที่ดูเหมือนโถกระเบื้องเคลือบลายจีนแห่งนี้ ทำด้วยวัสดุกระจกทั้งหลัง! อาคารศูนย์วัฒนธรรมการท่องเที่ยวแห่งนี้ สะท้อนวัฒนธรรมจีนด้วยลายเครื่องเคลือบจีนโบราณตลอดพื้นที่ 2,300 ตารางเมตร โดยใช้กระจกเทมเปอร์ 6 มม. พิมพ์ลายหมึกเซรามิคสีน้ำเงินและขาวติดไว้รอบผนังอาคาร และยังมีช่องแสงบนเพดานที่พิมพ์ลายเพื่อกรองแสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารอีกด้วยครับ! 3. Glass […]

‘dynamic glass’ ควบคุมความใสได้ดั่งใจ ด้วยปลายนิ้ว!

สำหรับกระจกชนิดนี้ ผมขอนำมายั่วน้ำลายท่านผู้อ่านไปก่อนนะครับ เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการกระจกที่ยังไม่มีขายในบ้านเรา เป็นกระจกที่เราสามารถควบคุมความมืด-ใสของกระจกได้ด้วย App มือถือ หรือจะปล่อยให้ซอฟท์แวร์คำนวณช่วงเวลาของมุมตกกระทบของแสงแดดแล้วปล่อยแสงแดดเข้ามาในอาคารอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติก็ได้ครับ! กระจกชนิดนี้มีชื่อว่า ‘dynamic glass’ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท View Inc. (USA) โดยใช้เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาถึง 150 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ และตอนนี้ก็พร้อมสำหรับการขายและถูกนำไปใช้ในหลายๆอาคารแล้วครับ โดยกระจก ‘dynamic glass’ นี้ จะมีการเคลือบออกไซด์ของโลหะไว้หลายๆชั้นภายในกระจก และเมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าเข้าไป จะมีการเคลื่อนตัวของประจุไอออนในชั้นเคลือบเพื่อฟอร์มตัวเปลี่ยนสีกระจกเข้มได้ตามต้องการ เมื่อกระจกสามารถปรับความเข้มได้ด้วยตัวเองตามช่วงเวลาของวัน ก็ทำให้ลดปริมาณความร้อนที่ผ่านกระจกเข้ามาในอาคารได้อย่างมาก โดยในเว็บไซท์ viewglass.com เคลมว่ากระจกชนิดนี้ ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่าการใช้กระจกโลว์อี (Low-E) เฉลี่ยถึง 20% เลยทีเดียว! โดยประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน จะขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและปริมาณแสงอาทิตย์ในบริเวณนั้นๆด้วย ทำให้ค่าประสิทธิภาพในแต่ละเมืองที่เค้าคำนวณมาได้จะแตกต่างกันเล็กน้อยครับ ส่วนการควบคุมความมืด-ใสของกระจก จะควบคุมผ่าน App มือถือที่รองรับทั้งระบบ iOS และ Android โดยสามารถตั้งค่าการเปลี่ยนแปลงความใสของกระจกแยกตามชั้น-โซน-หรือแผ่นได้อย่างอิสระดังนี้ 1) ตั้งค่าการปรับเปลี่ยนกระจกด้วยผู้ใช้งาน หรือผู้ควบคุมอาคาร 2) ปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกอัตโนมัติตามมุมของแสงอาทิตย์ โดยระบบจะใช้ข้อมูลสถานที่ตั้งของตัวอาคารมาคำนวณมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์และปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกให้มีปริมาณแสงและควบคุมความร้อนได้มากที่สุด 3) ควบคุมปริมาณแสงด้วยเซนเซอร์วัดแสงภายในและภายนอกอาคาร แล้วปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกที่ทำให้ปริมาณแสงภายในอาคารเหมาะสมที่สุด ต้องบอกว่ากระจก […]

Rockheim Museum… พลิกโฉมโกดังเก่าด้วยกล่องกระจก!

เมื่อทางการนอร์เวย์มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เพลงร็อคแห่งชาติที่มีชื่อว่า ‘Rockheim Museum’ แทนที่จะสร้างอาคารใหม่ให้ทันสมัยสมเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ… โกดังเก่าๆที่ดูเชยๆแห่งนี้กลับถูกได้รับเลือกครับ! ดูยังไงก็ไม่เห็นจะน่าสนใจเลยใช่มั้ยครับ? แต่บริษัท Pir II ที่ได้รับเลือกให้ออกแบบโปรเจคนี้กลับไม่คิดอย่างงั้น แถมเค้ายังออกแบบโดยคงสถาปัตยกรรมเดิมของอาคารแห่งนี้ไว้อีกด้วย โดยเพียงแค่สร้างกล่องกระจกขนาดใหญ่ขึ้นมาครอบอยู่บนอาคารแห่งนี้อีก 1 กล่องครับ! แนวคิดในการเลือกตึกเก่าสภาพร้างแห่งนี้ เกิดมาจากคอนเซ็ปของคำว่า ‘ร็อค’ ที่เป็นแนวเพลงที่ดิบๆ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม เค้าเลยเลือกสถานที่ที่เป็นอาคารก่ออิฐเปลือยๆ แถมภายในยังเป็นปูนดิบๆ โดยผู้ออกแบบกล้าถึงขนาดที่จะปล่อยอาคารหลายๆชั้นให้ร้างๆโชว์ความดิบให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมแบบนี้เลย (ในภาพด้านล่างเป็นบริเวณคาเฟ่ เห็นดิบๆแบบนี้ แฝงความไฮเทคไว้ทุกอณูนะครับ) สถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้ ทั้งภายในและภายนอก จะสร้างเรื่องราวให้ผู้มาเยี่ยมชมเห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างความเก่า (แต่เก๋า) กับความใหม่ (แบบไฮเทค) ตลอดตัวอาคาร อย่างเช่น กล่องกระจกที่สร้างไว้เหนืออาคารแห่งนี้ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยของกระจกพิมพ์ลายดิจิตอลและแผงไฟ LED ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์กว่า 14,000 ดวง ในขณะที่ตึกเก่าด้านใต้ ยังคงความคลาสสิคของอาคารยุคเก่าไว้เช่นเดิม โดยเจ้ากล่องกระจกที่ติดตั้ง LED ชุดนี้ ไม่ใช่แค่กล่องไฟธรรมดาๆนะครับ เค้าสามารถที่จะโปรแกรมข้อความหรือรูปภาพตามแต่สถานการณ์หรือ event ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆได้ตามต้องการ และที่ล้ำขึ้นไปอีกขั้นคือ ผู้ที่มาเยี่ยมชมอาคารแห่งนี้ สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างกราฟิกแบบเรียลไทม์ (realtime) ให้ไปปรากฏอยู่บนกล่องไฟเหนืออาคารแห่งนี้ได้เลย! LED เปลี่ยนสีเหล่านี้ จึงกลายเป็นไฮไลท์ของอาคารที่สร้างความน่าสนใจแก่ผู้พบเห็นได้อย่างมากในยามค่ำคืน แต่ถ้าเป็นเวลากลางวัน กระจกพิมพ์ลายดิจิตอลจะเป็นพระเอกของอาคารนี้ครับ! เพราะกระจกที่อยู่ในกล่องเหนืออาคารนี้ จะถูกพิมพ์ภาพหน้าปกอัลบั้มเพลงร็อคของนอร์เวย์ไว้หลายร้อยอัลบั้ม สร้างสตอรี่ให้กับคนที่มาเยี่ยมชมได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวครับ […]

‘Pearl Bangkok’ ตึกใหม่ของพฤกษา

ช่วงนี้ถ้าใครผ่านไปแถวซอยอารีย์ คงจะเห็นตึกรูปร่างแปลกตาที่กำลังก่อสร้างอยู่ และงานก็คืบหน้าไปมากเพราะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ตึกนี้มีชื่อว่า ‘Pearl Bangkok’ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของพฤกษา เรียลเอสเตทนั่นเอง โดยคุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ กล่าวถึงที่มาของชื่อ ‘The Pearl’ ว่ามาจากแนวคิด ‘ไข่มุกแห่งอันดามัน’ ซึ่งผมอยากจะถามคุณทองมาจริงๆครับ (แต่ไม่มีโอกาส) ว่าตัวอาคารมีรูปทรงเหมือนไข่มุกหรือสีเหมือนไข่มุก หรือว่าเป็นเพียงการตั้งชื่อตามหลักการบางอย่างที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปทรงของอาคาร… หรือไม่อย่างไร? สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้พูดถึงรูปทรงของอาคารแห่งนี้ว่า มีความละม้ายคล้ายคลึงกับอาคาร ’30 St Mary Axe’ หรือที่รู้จักในฉายาว่า ‘the Gherkin’ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษมากเลยทีเดียว! จากการสำรวจดีไซน์ของอาคารสองแห่งนี้ ผมว่ามันไม่มีความเหมือนกันเลยนะครับ ไม่เหมือนจริงจริ๊งงง… (เสียงสูงมาก) ถ้าไม่เชื่อ ลองมาเปรียบเทียบอาคารสองแห่งนี้ในแง่มุมต่างๆ กันดีกว่าครับ! 1) ขนาดอาคาร: ถ้าเทียบในเรื่องขนาดแล้ว The Gherkin มีจำนวนชั้น 40 ชั้น และความสูง 180 เมตร ในขณะที่ Pearl Bangkok มี 25 ชั้น (ไม่รวมชั้นใต้ดินอีก 3 […]

‘Tree in a house’ สร้างบ้านครอบต้นไม้!

เพราะเทรนด์ของการสร้างบ้านที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติกำลังเป็นที่นิยมมาก บริษัทออกแบบสถาปัตย์ A.Masow Studio โดยสถาปนิก Aibek Almasov จากคาซัคสถาน จึงได้ออกแบบคอนเซปท์บ้านแนวใหม่ ที่สร้างอาคารกระจกครอบต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นไว้ซะเลย! แนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้คือ การสร้างที่อยู่อาศัยโดยฝีมือมนุษย์ให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติให้มากที่สุด โดยผู้ออกแบบต้องการให้บ้านใส 100% แบบนี้เพื่อไม่มีสิ่งปิดกั้นระหว่างสิ่งที่มนุษย์สร้างกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้าง บ้านหลังนี้ถ้าจะสร้างจริงๆ คงต้องผ่านการคิดในรายละเอียดอีกมาก และผมเชื่อเองว่ามนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้จริง เพราะต้องข้ามพ้นข้อจำกัดมากมายหลายด้าน โดยผมลองนึกเล่นๆว่าหากจะสร้างบ้านแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ มีข้อสังเกตดังนี้ครับ 1) โครงสร้างกระจกของอาคารสูง 4 ชั้นที่เปลือยเปล่าเช่นนี้ จะออกแบบให้กระจกยึดอยู่อย่างแข็งแรง ทนต่อสภาวะอากาศภายนอกได้อย่างไร? 2) ต้นไม้คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องการน้ำ และอากาศจากธรรมชาติ การนำต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ไปไว้ในระบบปิดทั้งต้น จะต้องมีระบบการรดน้ำและอากาศที่ดีพอ ซึ่งน่าจะทำได้ยากมาก 3) อาคารกระจกแบบนี้ น่าจะต้องใช้กระจกลามิเนต ซึ่งต้องใช้ฟิล์มชนิดพิเศษที่ปล่อยให้รังสียูวีผ่านเข้ามาในอาคารได้ เพราะรังสียูวีเป็นคลื่นโซลาร์ที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต (ฟิล์ม PVB ชนิดที่ให้รังสียูวีผ่านเข้าได้ก็มีผลิตนะครับ เพราะมีตลาดกระจกสำหรับอาคารชีวภาพ และการปลูกพืชในอาคารรองรับอยู่) 4) อย่างที่รู้กันอยู่ว่าต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ออกมาในเวลากลางคืน ในเวลาที่เรานอนจะจัดการกับก๊าซเหล่านี้อย่างไรไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย? จริงๆผู้ออกแบบเค้าบอกไว้แล้วครับ ว่าออกแบบขึ้นมาเป็นคอนเซ็ปเฉยๆ เพื่อประชดชีวิตคนเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย เลยลองคิดสวนกระแสให้คนลองไปเป็นทาร์ซานในป่าแบบทันสมัยดูบ้างเท่านั้นเองครับ… เครดิต: – mymodernmet.com – เรียบเรียง – กระจกไม่กระจอก […]

‘SkySlide’ ของเล่นใหม่ใจกลางลอสแองเจลิส!

เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 25 มิถุนายน 2559 กับของเล่นใหม่บนตึกสูงใจกลางเมืองลอสแองเจลิส บนตึกยูเอสแบงค์ทาวเวอร์ (US Bank Tower) ในชื่อว่า ‘สกายสไลด์’ สไลเดอร์ภายนอกยอดตึกแห่งแรกของโลก! ของเล่นนี้เป็นสไลเดอร์กระจกที่ตั้งอยู่ระหว่างชั้น 69 และ 70 ของตึก โดยส่วนที่เป็นสไลเดอร์นี้ถูกสร้างยื่นออกไปด้านนอกอาคารที่ไม่มีพื้นรองรับอยู่ด้านล่าง และมีความยาว 14 เมตร ให้ผู้ที่มาเที่ยวได้มีโอกาสสไลด์ผ่านกระจกนอกอาคารผ่านกระจกใสที่ครอบทั้งด้านล่าง ด้านข้าง และด้านบน ให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่แตกต่างจากการเดินบนพื้นกระจกที่เคยมีคนทำไว้หลายที่แล้วครับ! สไลเดอร์กระจกนี้สร้างขึ้นด้วยกระจกที่ความหนา 32 มม. ซึ่งถือว่าค่อนข้างบาง แต่ด้วยเทคโนโลยีของฟิล์มสำหรับกระจกลามิเนตในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถใช้กระจกที่บางลงโดยมีฟิล์มช่วยรับโหลดได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้น ยังมีกระจกบางแผ่นเป็นกระจกโค้งอีกด้วย ซึ่งในแง่ของการผลิตกระจกถือว่าทำยากทีเดียวครับ และถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นได้ว่าโครงสร้างรองรับกระจกก็ไม่มากเพราะปราศจาก I-Beam หรือโครงสร้างเหล็กใหญ่ๆโดยสิ้นเชิง จะมีก็เพียงแกนเหล็กรองรับเป็นช่วงๆ และยึดกระจกด้วยอุปกรณ์สไปเดอร์ แบบยึดกระจกเฉพาะจุด (Point Fixing) เท่านั้น เจ้าของตึกนี้ในปัจจุบัน เป็นกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ ให้ความมั่นใจว่า โครงสร้างทั้งหมดได้ผ่านการออกแบบมาอย่างแข็งแรง รองรับได้แม้กระทั่งพายุเฮอร์ริเคนหรือแผ่นดินไหว จึงมั่นใจได้ในด้านความปลอดภัย โดยเก็บเงินค่าเล่นสไลเดอร์นี้ที่ 8 ดอลล่าร์ (280 บาท) ต่อประสบการณ์ […]

Apple Store 5th Avenue สาขาที่ให้ความสำคัญกับกระจกสุดๆ

แอปเปิ้ลสโตร์สาขา The Fifth Avenue ใจกลางมหานครนิวยอร์ค ได้ชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค โดยแนวคิดในการออกแบบเป็นโครงสร้างกระจกทรงกล่องสี่เหลี่ยมนี้เป็นของสตีฟจ๊อบส์เองครับ! โครงสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2006 โดยสร้างเป็นกล่องกระจกสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาด 9.7 เมตร ครอบไว้บนพื้น และการเข้าถึงในร้านจะต้องเดินลงบันไดกระจกลงไปในช็อปด้านล่างครับ! กล่องกระจกนี้ มองจากภายนอกจะประกอบด้วยกระจกจำนวน 90 แผ่น ยึดกันด้วยตัวยึดกระจกขนาดเล็กที่ถูกออกแบบเฉพาะให้มองเห็นตัวยึดกระจกน้อยที่สุด ส่วนหลังคาจะมีกระจกซอยถี่เป็นสัน (Rib) รองรับน้ำหนักกระจกหลังคาไว้ภายในอาคาร หลังสร้างเสร็จ แอปเปิ้ลไม่แฮ้ปปี้ครับ!  บอกว่าโครงสร้างและรอยต่อกระจกมีมากเกินไป ไม่สื่อถึงความ Simple ของแบรนด์ Apple ได้มากพอ… จึงได้มีการระดมสมองและทีมวิศวกรในการออกแบบโครงสร้างกล่องกระจกนี้ใหม่ และเริ่มทำการรีโนเวทกล่องกระจกกล่องนี้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2011 (หลังจากสร้างกล่องเสร็จ 5 ปี) โดยเริ่มเปิดใช้กล่องกระจกใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน โครงสร้างใหม่หลังจากการรีโนเวทแล้วเสร็จ ได้ทำการลดจำนวนกระจกจาก 90 แผ่น เหลือเพียงกระจกขนาดเท่าๆกันจำนวน 15 แผ่นเท่านั้นครับ โดยในช่วงของการรีโนเวท ทางแอปเปิ้ลเอาแผ่นไม้มาปิดไว้รอบนอกอาคาร และเหลือเพียงทางเข้าไว้ให้ลูกค้าเดินเข้าไปในร้าน โดยเขียนไว้เพียงว่า “ยังคงเปิดตลอด 24 ชั่วโมง” จริงๆต้องนับถือทีมงานติดตั้งกล่องกระจกชุดนี้มากๆ […]