Category Archives: glass technology

กระจกแซนวิช… ‘ลามิเนต’ เค้าผลิตกันยังไงนะ

ช่วง 2-3 เดือนนี้ ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ ที่ความถี่ในการอัพเดทสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกผมหายจ้อยน้อยลงไปมากเลย… ขอเวลาเคลียร์ภารกิจอีกสักพัก แล้วผมจะกลับมาเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอต่อนะครับ ผมว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักกระจกลามิเนตกันดีอยู่แล้ว แต่บางท่าน อาจยังไม่ทราบว่า กว่าจะมาเป็นกระจกลามิเนตแต่ละแผ่น จะต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง และมีจุดไหนที่เราจะต้องระมัดระวังในการผลิตให้มากๆ เพื่อให้มั่นใจว่ากระจกที่ผลิตออกมาได้มาตรฐาน เป็นกระจกนิรภัยที่ให้ความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง… วันนี้ ผมขอนำเสนอ infographic อธิบายกระบวนการผลิตกระจกลามิเนตไว้เป็นข้อมูลนะครับ ที่ผมเรียกกระจกลามิเนตว่า ‘กระจกแซนวิช’ ก็เพราะว่า ถ้าเราเปรียบขนมปังสองแผ่นเสมือนว่าเป็นกระจก เจ้า ‘ไส้แซนวิช’ ที่อยู่กลางขนมปังก็เปรียบเหมือนกับฟิล์ม (Interlayer) ที่นำมายึดกระจกลามิเนตเข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าไส้… เอ๊ย ฟิล์มลามิเนตที่ว่านี้ ที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 ชนิดครับ 1) PVB (polyvinyl butyral) เป็นฟิล์มที่นิยมนำมาใช้ทำกระจกลามิเนตเพื่อความปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะให้การยึดเกาะกับกระจกอย่างดีเยี่ยม มีความใสเป็นเลิศ และยังมีราคาที่ไม่สูงมากนักอีกด้วยครับ 2) SentryGlas ฟิล์มเซ็นทรีกลาส เป็นพัฒนาการอีกขั้นที่พัฒนาต่อยอดมาจากฟิล์ม PVB ที่ดูปองท์คิดค้นขึ้นด้วยสูตร Ionoplast ที่ทำให้ฟิล์มมีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก แรงดึง และอุณหภูมิได้สูงกว่า มีความใสและการยึดเกาะกระจกได้ดีเหมือน PVB […]

‘BGF’ ผู้ผลิตกระจกโฟลตรายที่ 3 ของไทย!

กันยานี้ เราจะมีกระจกโฟลตแบรนด์ใหม่ที่ผลิตในประเทศไทยออกสู่ท้องตลาดเป็นรายที่ 3 แล้วนะครับ กับแบรนด์ BGF หรือ ‘บีจีโฟลต กล๊าส’ ถึงจะเป็นแบรนด์ใหม่แต่หน้าไม่ใหม่ เพราะ BGF คือธุรกิจใหม่ของบางกอกกล๊าส ผู้นำในธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ที่สบช่องขยายธุรกิจจากการหลอมแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์ มาสู่การหลอมแก้วออกมาเป็นกระจกแผ่นเรียบครับ โดยโรงงานใหม่ของกระจก BGF ตั้งอยู่ที่อำเภอกบินทร์บุรี ในเนื้อที่ 150 ไร่ โดยจะเริ่มเดินเครื่องในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และหลังจากนั้น ประเทศไทยเราจะมีกระจกแผ่นเรียบหลั่งไหลออกมาจากเตากระจกโฟลตแห่งใหม่นี้อีกวันละ 600 ตันครับ! วันนี้ผมได้มีโอกาสไปฟังผู้บริหารของ BGF เล่าให้ฟังถึงเทคโนโลยีของโรงงานโฟลตแห่งใหม่นี้ พอสรุปได้ใจความดังนี้ครับ เตาโฟลตตัวใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ทั้งในกระบวนการผสมวัตถุดิบและเตาหลอม (Batch House & Furnace) ส่วนบ่อดีบุก (Tin Bath) สามารถเทน้ำกระจกเป็นแผ่น (Glass Ribbon) ได้กว้างถึง 4 เมตร โซนทำให้กระจกเย็นตัวลง (Annealing Lehr) ใช้เทคโนโลยีจากเบลเยียม ที่มีความพร้อมสำหรับการโค้ทกระจกประหยัดพลังงานแบบออนไลน์ หลังกระจกเซ็ทตัวออกมาเป็นแผ่นเรียบแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังเครื่องตัดและล้างกระจก จากนั้นกระจกทุกแผ่นจะต้องผ่านเครื่องตรวจสอบความหนา สแกนหาสิ่งปนเปื้อนในกระจก […]

อยากได้สระว่ายน้ำใสๆ… เลือกใช้กระจกหรืออะคริลิคดี?

เดือนที่แล้ว มีผู้ออกแบบสอบถามผมเกี่ยวกับการใช้กระจกมาทำเป็นพื้นสระว่ายน้ำแบบในรูปนี่แหละครับ โดยต้องการพื้นสระเป็นกระจกกว้าง 1.4 เมตร ยาว 4 เมตร และรองรับความลึก 1.5 เมตร… ในรูปนี้ยังมีเฟรมซัพพอร์ทเป็นระยะ แต่งานที่ผมพูดถึงนี่… เค้าไม่ต้องการเฟรมซัพพอร์ทและต้องการเป็นกระจกแผ่นเดียวเลยครับ! งานนี้ผมเลยต้องพึ่งทีมวิศวกรของ Kuraray ในการคำนวณการรับแรง และได้สเปคกระจกที่คำนวณออกมาได้เป็นแบบนี้ครับ จริงๆแล้วในการคำนวณการรับแรง เค้าจะคำนวณการรับแรงของกระจกแค่สองชั้น เพื่อที่จะเผื่อว่า ถ้าหากกระจกแผ่นบนเกิดแตกขึ้นมา กระจกอีกสองแผ่นจะต้องสามารถรองรับน้ำหนักน้ำและน้ำหนักกระจกที่แตกได้เผื่อไว้เลย ซึ่งกระจกเทมเปอร์ลามิเนต 15 มม. 2 ชั้น ที่ใช้ฟิล์ม SentryGlas ความหนา 2.28 มม. จะรับน้ำหนักได้ที่ 1.6 ตันต่อตารางเมตร ซึ่งรองรับน้ำหนักของน้ำได้ที่ความสูง 1.5 เมตรพอดี! แต่ในความเป็นจริง เค้าให้ใช้กระจกลามิเนตถึง 3 ชั้น ทำให้รับน้ำหนักได้อย่างเหลือๆแน่นอนครับ!!! ทีนี้ ถ้าคิดต่อว่า ในเมื่อกระจกแค่สองชั้นก็รองรับน้ำหนักได้ ทำไมเราต้องสเปคกระจกเพิ่มไปถึง 3 ชั้นให้แพงขึ้นล่ะครับ? คำตอบก็คือ ‘ก็เพราะว่ากระจกมันอาจจะแตกได้!’ ซึ่งอย่างเคสนี้ ถ้ากระจกแตก เราต้องเผื่อให้กระจกแผ่นล่างที่ไม่แตก รองรับน้ำหนักทั้งหมดไว้ให้ได้ด้วย […]

ยกระดับกระจกลามิเนตไปอีกขั้น ด้วยฟิล์ม ‘SentryGlas’

วันนี้ผมขอลงลึกในเรื่องของกระจกลามิเนตบ้างนะครับ ถ้าพูดถึง ‘กระจกนิรภัยลามิเนต’ (Safety Laminated Glass) หลายๆท่านอาจจะทราบว่า หมายถึงกระจกที่ใช้ฟิล์ม PVB มาประกบแซนด์วิชไว้ตรงกลางระหว่างกระจกสองแผ่น เพื่อให้เมื่อกระจกแตกแล้วไม่มีส่วนแหลมคมออกมาทำอันตรายเราได้ แบบนี้… คำว่า ‘กระจกนิรภัยลามิเนต’ นี่ เราไม่นับรวมกระจกสำหรับงานตกแต่งภายในที่ไม่ได้ต้องมีคุณสมบัติเป็นกระจกนิรภัย อย่างเช่น กระจกลามิเนตลายผ้า กระจกพ่นสีหรือกระจกเงาที่เอามาประกบกันด้านหลัง งานแนวๆนี้ ส่วนใหญ่จะผลิตด้วยฟิล์ม EVA ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนยาง จึงไม่เหมาะที่จะนำมาให้ใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยและการยึดเกาะของกระจกกับฟิล์มสูงเท่ากับกระจกนิรภัยสำหรับงานอาคารนะครับ สำหรับกระจกนิรภัยลามิเนตส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆกันตามอาคารบ้านเรือนต่างๆ จะใช้ ‘ฟิล์ม PVB’ เป็นหลัก คำว่า ‘PVB’ ย่อมาจาก ‘โพลีไวนิลบิวทิรัล’ (Polyvinyl Butyral) ซึ่งเป็นเรซิ่นชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการนำมาทำกระจกลามิเนตมากๆ เพราะให้การยึดเกาะกับกระจกสูง แต่มีความยืดหยุ่นกำลังดี ทำให้กระจกสามารถป้องกันการทะลุทะลวงได้ดีในระดับนึงทีเดียว และที่สำคัญ… มีราคาที่ไม่แพงมากนัก ฟิล์มชนิดนี้ จึงเรียกได้ว่าแทบจะเป็นทางเลือกเดียวในการใช้กระจกนิรภัยลามิเนตสำหรับงานอาคารมาอย่างยาวนาน ส่วนฟิล์ม ‘เซ็นทรีกลาส’ (SentryGlas) หรือที่บางคนเรียกว่า ‘SGP’ หรือ ‘INP’  ชื่อนี้อาจจะค่อนข้างใหม่สำหรับหลายๆท่าน แต่จริงๆแล้วฟิล์มชนิดนี้ถูกคิดค้นโดยดูปองท์ (Dupont) มาตั้ง 18 ปีแล้ว! โดยเป็นฟิล์มตระกูลไอโอโนพลาสท์ […]

กระจกพ่นสี… วัสดุปิดผนังธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ในช่วงหลังๆนี้ ต้องถือได้ว่า ‘กระจกพ่นสี’ ‘กระจกเคลือบสี’ หรือ ‘กระจกกลาสโค้ท’ ได้กลายเป็นวัสดุปิดผนังยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งไปแล้วนะครับ!  อาจเป็นเพราะว่า กระจกพ่นสี เป็นวัสดุที่ดูใหม่อยู่เสมอ ด้วยผิวที่มันวาวและทำความสะอาดง่ายของกระจก แถมยังสามารถผลิตได้แทบจะทุกสีที่ต้องการเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญ เพราะเนื้อสีที่พ่นลงบนกระจก จะติดอยู่ด้านในกับผนัง ทำให้เราเห็นเนื้อสีที่มีมิติ และชั้นสีพ่นก็จะถูกปกป้องอยู่ด้านหลังของกระจกตลอดอายุการใช้งานอีกด้วยครับ! กระจกชนิดนี้ เหมาะมากที่จะใช้กรุผนังห้องครัว เพราะทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆได้ง่าย แต่ถ้าอยู่ใกล้กับเตาความร้อน อย่าลืมเลือกใช้เป็นกระจกเทมเปอร์ก่อนนำมาพ่นสีด้วย เพราะกระจกเทมเปอร์จะทนความร้อนได้ดีกว่ากระจกธรรมดามากเลยครับ ถ้าลองสังเกตธนาคารต่างๆ โดยเฉพาะสาขาใหม่ๆ เค้าก็นิยมใช้กระจกพ่นสีเป็นฉากด้านหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งเราจะพบเห็นกระจกชนิดนี้ได้ในหลายๆธนาคารเลยทีเดียว การผลิตกระจกพ่นสี ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะนิยมใช้วิธีการพ่นสเปรย์ เพราะสามารถผสมสีปริมาณน้อยๆให้พอดีกับพื้นที่กระจกที่ต้องการพ่นได้ แต่การที่อยู่ดีๆจะเอาสีอะไรก็ได้แล้วเอามาพ่นกระจกเลยนี่ มันพ่นไม่ติดนะครับ!  เพราะว่ากระจกเป็นวัสดุที่มีผิวลื่นและมันวาวมาก ไม่ว่าเราจะใช้สีที่มีการยึดเกาะดีซักแค่ไหน สีก็จะไม่มีทางที่จะเกาะติดกับกระจกอย่างคนทนถาวรได้เลย ผู้ผลิตแต่ละรายอาจจะมีแหล่งที่มาของสีที่ใช้แตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญก็คือ สีที่จะใช้พ่นกระจกได้ จะต้องมีการใส่สารเคมีสูตรเฉพาะ (Additive) ที่ทำให้สีมีการยึดเกาะกับกระจกได้ดีเพิ่มเข้าไปในเนื้อสี แต่ชนิดของสารที่ว่าจะเป็นอะไรนั้น… ส่วนใหญ่จะเป็นความลับและสูตรเฉพาะของผู้ผลิตแต่ละรายครับ มาดูในแง่ของผู้ใช้งานบ้าง ปรกติแล้ว ถ้าเราเลือกใช้กระจกพ่นสีที่มีคุณภาพเป็นที่ไว้วางใจได้ ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร เพราะพอติดตั้งไปแล้ว มันก็จะอยู่อย่างนั้นไปชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว!  แต่ถ้าผู้ผลิตใช้สีที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี… ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดก็คือ เรื่องของสีหลุดลอกครับ!  ซึ่งปัญหานี้จะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดหรอกนะครับ ส่วนใหญ่จะเกิด 2-3 เดือน หรือนานไปจนหลายๆปีจึงเริ่มเห็นรอยสีหลุดลอกก็เป็นได้ สาเหตุที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวังมากๆ ก็เพราะว่าเวลาเราติดตั้งกระจกพ่นสีเข้าไปที่ผนัง ตัวกระจกเองไม่ได้เป็นส่วนที่ถูกติดไว้กับผนังนะครับ แต่เป็นชั้นสีที่เป็นส่วนที่ถูกยึดกับกาวหรือซิลิโคนไว้กับผนัง ซึ่งถ้าสีที่พ่นกับกระจกไว้ ไม่มีการยึดเกาะที่ดีพอ […]

การเชื่อมต่อกระจกด้วยกาวยูวี

บทความวันนี้ ผมขอเขียนถึงกาวมหัศจรรย์สำหรับงานกระจกที่มีชื่อว่า ‘กาวยูวี’ (UV Glue) ซึ่งเป็นกาวที่นิยมใช้สำหรับการเชื่อมต่อกระจกกับกระจก และกระจกกับสเตนเลสได้อย่างติดแน่นถาวร แน่นชนิดที่ว่าแกะยังไงก็แกะไม่ออกกันเลยทีเดียวครับ! ถ้าท่านเคยไปเดินตามเอสบีหรืออินเด็กซ์ แถวๆโซนเฟอร์นิเจอร์นำเข้า หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์กระจกแบบเปลือยๆที่เค้าเอากระจกมาต่อๆกันเป็นชั้นวางของ โต๊ะ ตู้ต่างๆ โดยหากสังเกตที่รอยต่อของกระจกเหล่านี้ เราจะหาร่องรอยของกาวที่เอามาต่อกระจกไม่เจอเลยครับ เพราะจุดที่กระจกเชื่อมต่อกันนั้น มันจะเรียบติดสนิทกันเป๊ะๆ เลยทีเดียว! และอีกแบบที่เราอาจจะเคยเห็นกันมาบ้าง คือศาลพระภูมิที่ทำด้วยกระจกทั้งหลัง แบบนี้เค้าใช้เทคนิคเอากระจกหลายๆแผ่นมาซ้อนๆกันโดยติดกระจกด้วยกาวยูวี ซึ่งเป็นงานเชื่อมต่อกระจกอีกแบบที่ต้องใช้ฝีมือและความละเอียดเป็นอย่างมากเลยครับ นอกจากการเชื่อมต่อกระจกกับกระจกแล้ว อีกแบบนึงที่เห็นได้บ่อยในวงการเฟอร์นิเจอร์ ก็คือการต่อกระจกกับสเตนเลสแบบนี้ครับ ภาพทั้งหมดข้างบนนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยการใช้ ‘กาวยูวี’ ซึ่งเป็นกาวที่มีเนื้อใสเหมือนน้ำ แต่ถูกออกแบบมาให้ทำปฏิกริยาให้เกิดการแข็งตัวได้ก็ต่อเมื่อโดนรังสียูวีเท่านั้น ถ้าไม่โดนรังสียูวีก็จะคงสภาพเป็นน้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ… โดยก่อนที่เราจะซื้อกาวยูวีมาใช้ ต้องเลือกก่อนนะครับว่าเราจะติดกระจกกับกระจก หรือกระจกกับสเตนเลส เพราะกาวที่ใช้จะเป็นคนละสูตรกัน ผมเคยลองเอากาวสูตรติดกระจกกับกระจก มาลองติดกระจกกับสเตนเลสแล้ว ปรากฏว่าตอนทำมันก็พอติดได้ครับ แต่รู้สึกได้เลยว่าการยึดเกาะมันไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปรกติแล้ว กาวพวกนี้ พอเราฉายแสงยูวีให้กาวทำปฏิกริยาโดยสมบูรณ์แล้ว เราจะดึงกระจกแยกออกจากกันแทบจะไม่ได้อีกเลยครับ ถึงได้ก็จะยากมากๆๆๆ เพราะกาวยูวีให้แรงยึดเกาะกระจกมากถึง 260 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร (ลองจินตนาการพื้นที่ติดกาวเล็กๆแค่ 1X4 ซม. ต้องใช้แรงมากถึง 1 ตันเศษ จึงจะแกะกระจกออกจากกันได้!!!) การจะต่อกระจกด้วยกาวยูวี ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยากนะครับ เพราะต้องการวัสดุหลักๆแค่สองอย่าง นั่นก็คือ ‘กาวยูวี’ […]

‘dynamic glass’ ควบคุมความใสได้ดั่งใจ ด้วยปลายนิ้ว!

สำหรับกระจกชนิดนี้ ผมขอนำมายั่วน้ำลายท่านผู้อ่านไปก่อนนะครับ เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการกระจกที่ยังไม่มีขายในบ้านเรา เป็นกระจกที่เราสามารถควบคุมความมืด-ใสของกระจกได้ด้วย App มือถือ หรือจะปล่อยให้ซอฟท์แวร์คำนวณช่วงเวลาของมุมตกกระทบของแสงแดดแล้วปล่อยแสงแดดเข้ามาในอาคารอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติก็ได้ครับ! กระจกชนิดนี้มีชื่อว่า ‘dynamic glass’ ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยบริษัท View Inc. (USA) โดยใช้เงินทุนในการวิจัยและพัฒนาถึง 150 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ และตอนนี้ก็พร้อมสำหรับการขายและถูกนำไปใช้ในหลายๆอาคารแล้วครับ โดยกระจก ‘dynamic glass’ นี้ จะมีการเคลือบออกไซด์ของโลหะไว้หลายๆชั้นภายในกระจก และเมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าเข้าไป จะมีการเคลื่อนตัวของประจุไอออนในชั้นเคลือบเพื่อฟอร์มตัวเปลี่ยนสีกระจกเข้มได้ตามต้องการ เมื่อกระจกสามารถปรับความเข้มได้ด้วยตัวเองตามช่วงเวลาของวัน ก็ทำให้ลดปริมาณความร้อนที่ผ่านกระจกเข้ามาในอาคารได้อย่างมาก โดยในเว็บไซท์ viewglass.com เคลมว่ากระจกชนิดนี้ ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่าการใช้กระจกโลว์อี (Low-E) เฉลี่ยถึง 20% เลยทีเดียว! โดยประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน จะขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งและปริมาณแสงอาทิตย์ในบริเวณนั้นๆด้วย ทำให้ค่าประสิทธิภาพในแต่ละเมืองที่เค้าคำนวณมาได้จะแตกต่างกันเล็กน้อยครับ ส่วนการควบคุมความมืด-ใสของกระจก จะควบคุมผ่าน App มือถือที่รองรับทั้งระบบ iOS และ Android โดยสามารถตั้งค่าการเปลี่ยนแปลงความใสของกระจกแยกตามชั้น-โซน-หรือแผ่นได้อย่างอิสระดังนี้ 1) ตั้งค่าการปรับเปลี่ยนกระจกด้วยผู้ใช้งาน หรือผู้ควบคุมอาคาร 2) ปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกอัตโนมัติตามมุมของแสงอาทิตย์ โดยระบบจะใช้ข้อมูลสถานที่ตั้งของตัวอาคารมาคำนวณมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์และปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกให้มีปริมาณแสงและควบคุมความร้อนได้มากที่สุด 3) ควบคุมปริมาณแสงด้วยเซนเซอร์วัดแสงภายในและภายนอกอาคาร แล้วปรับเปลี่ยนความเข้มกระจกที่ทำให้ปริมาณแสงภายในอาคารเหมาะสมที่สุด ต้องบอกว่ากระจก […]

Rockheim Museum… พลิกโฉมโกดังเก่าด้วยกล่องกระจก!

เมื่อทางการนอร์เวย์มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เพลงร็อคแห่งชาติที่มีชื่อว่า ‘Rockheim Museum’ แทนที่จะสร้างอาคารใหม่ให้ทันสมัยสมเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ… โกดังเก่าๆที่ดูเชยๆแห่งนี้กลับถูกได้รับเลือกครับ! ดูยังไงก็ไม่เห็นจะน่าสนใจเลยใช่มั้ยครับ? แต่บริษัท Pir II ที่ได้รับเลือกให้ออกแบบโปรเจคนี้กลับไม่คิดอย่างงั้น แถมเค้ายังออกแบบโดยคงสถาปัตยกรรมเดิมของอาคารแห่งนี้ไว้อีกด้วย โดยเพียงแค่สร้างกล่องกระจกขนาดใหญ่ขึ้นมาครอบอยู่บนอาคารแห่งนี้อีก 1 กล่องครับ! แนวคิดในการเลือกตึกเก่าสภาพร้างแห่งนี้ เกิดมาจากคอนเซ็ปของคำว่า ‘ร็อค’ ที่เป็นแนวเพลงที่ดิบๆ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม เค้าเลยเลือกสถานที่ที่เป็นอาคารก่ออิฐเปลือยๆ แถมภายในยังเป็นปูนดิบๆ โดยผู้ออกแบบกล้าถึงขนาดที่จะปล่อยอาคารหลายๆชั้นให้ร้างๆโชว์ความดิบให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมแบบนี้เลย (ในภาพด้านล่างเป็นบริเวณคาเฟ่ เห็นดิบๆแบบนี้ แฝงความไฮเทคไว้ทุกอณูนะครับ) สถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้ ทั้งภายในและภายนอก จะสร้างเรื่องราวให้ผู้มาเยี่ยมชมเห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างความเก่า (แต่เก๋า) กับความใหม่ (แบบไฮเทค) ตลอดตัวอาคาร อย่างเช่น กล่องกระจกที่สร้างไว้เหนืออาคารแห่งนี้ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยของกระจกพิมพ์ลายดิจิตอลและแผงไฟ LED ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์กว่า 14,000 ดวง ในขณะที่ตึกเก่าด้านใต้ ยังคงความคลาสสิคของอาคารยุคเก่าไว้เช่นเดิม โดยเจ้ากล่องกระจกที่ติดตั้ง LED ชุดนี้ ไม่ใช่แค่กล่องไฟธรรมดาๆนะครับ เค้าสามารถที่จะโปรแกรมข้อความหรือรูปภาพตามแต่สถานการณ์หรือ event ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆได้ตามต้องการ และที่ล้ำขึ้นไปอีกขั้นคือ ผู้ที่มาเยี่ยมชมอาคารแห่งนี้ สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างกราฟิกแบบเรียลไทม์ (realtime) ให้ไปปรากฏอยู่บนกล่องไฟเหนืออาคารแห่งนี้ได้เลย! LED เปลี่ยนสีเหล่านี้ จึงกลายเป็นไฮไลท์ของอาคารที่สร้างความน่าสนใจแก่ผู้พบเห็นได้อย่างมากในยามค่ำคืน แต่ถ้าเป็นเวลากลางวัน กระจกพิมพ์ลายดิจิตอลจะเป็นพระเอกของอาคารนี้ครับ! เพราะกระจกที่อยู่ในกล่องเหนืออาคารนี้ จะถูกพิมพ์ภาพหน้าปกอัลบั้มเพลงร็อคของนอร์เวย์ไว้หลายร้อยอัลบั้ม สร้างสตอรี่ให้กับคนที่มาเยี่ยมชมได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวครับ […]

‘SkySlide’ ของเล่นใหม่ใจกลางลอสแองเจลิส!

เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 25 มิถุนายน 2559 กับของเล่นใหม่บนตึกสูงใจกลางเมืองลอสแองเจลิส บนตึกยูเอสแบงค์ทาวเวอร์ (US Bank Tower) ในชื่อว่า ‘สกายสไลด์’ สไลเดอร์ภายนอกยอดตึกแห่งแรกของโลก! ของเล่นนี้เป็นสไลเดอร์กระจกที่ตั้งอยู่ระหว่างชั้น 69 และ 70 ของตึก โดยส่วนที่เป็นสไลเดอร์นี้ถูกสร้างยื่นออกไปด้านนอกอาคารที่ไม่มีพื้นรองรับอยู่ด้านล่าง และมีความยาว 14 เมตร ให้ผู้ที่มาเที่ยวได้มีโอกาสสไลด์ผ่านกระจกนอกอาคารผ่านกระจกใสที่ครอบทั้งด้านล่าง ด้านข้าง และด้านบน ให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่แตกต่างจากการเดินบนพื้นกระจกที่เคยมีคนทำไว้หลายที่แล้วครับ! สไลเดอร์กระจกนี้สร้างขึ้นด้วยกระจกที่ความหนา 32 มม. ซึ่งถือว่าค่อนข้างบาง แต่ด้วยเทคโนโลยีของฟิล์มสำหรับกระจกลามิเนตในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถใช้กระจกที่บางลงโดยมีฟิล์มช่วยรับโหลดได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้น ยังมีกระจกบางแผ่นเป็นกระจกโค้งอีกด้วย ซึ่งในแง่ของการผลิตกระจกถือว่าทำยากทีเดียวครับ และถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นได้ว่าโครงสร้างรองรับกระจกก็ไม่มากเพราะปราศจาก I-Beam หรือโครงสร้างเหล็กใหญ่ๆโดยสิ้นเชิง จะมีก็เพียงแกนเหล็กรองรับเป็นช่วงๆ และยึดกระจกด้วยอุปกรณ์สไปเดอร์ แบบยึดกระจกเฉพาะจุด (Point Fixing) เท่านั้น เจ้าของตึกนี้ในปัจจุบัน เป็นกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ ให้ความมั่นใจว่า โครงสร้างทั้งหมดได้ผ่านการออกแบบมาอย่างแข็งแรง รองรับได้แม้กระทั่งพายุเฮอร์ริเคนหรือแผ่นดินไหว จึงมั่นใจได้ในด้านความปลอดภัย โดยเก็บเงินค่าเล่นสไลเดอร์นี้ที่ 8 ดอลล่าร์ (280 บาท) ต่อประสบการณ์ […]

กระจกใส… ใสแค่ไหนถึงจะใสพอ?

หลายๆคนอาจจะคิดว่ากระจกใสก็ใสแล้ว จริงๆแล้วเหนือกว่ากระจกใส ยังใสได้อีกครับ บทความนี้ เราไปทำความรู้จักในเรื่องของความใสของกระจกกันครับ กระจกใสธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันนั้น ถ้าลองดูที่ขอบเราจะเห็นว่าเป็นสีเขียว นั่นแปลว่ากระจกใสที่เราเห็นๆกันนั้นมันมีความเขียวแฝงอยู่ ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนขึ้นกรณีที่เรากระจกแผ่นนั้นไปโค้ทสีขาวด้านหลัง จากรูปไวท์บอร์ด (กระจกเคลือบสีขาว) ด้านบนจะเห็นได้ชัดว่ากระจกแผ่นซ้ายเป็นกระจกใสธรรมดา เมื่อนำมาพ่นสีขาวจึงออกเขียวกว่ากระจกใสพิเศษอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวอย่างกระจกของ Pilkington ก็แสดงให้เห็นเลยว่าหมีขั้วโลก จะไม่ขาวอีกต่อไปถ้ามองผ่านกระจกธรรมดา กระจกใสพิเศษ (Ultra White / Low Iron Glass) คือกระจกโฟลทที่มีส่วนผสมของโลหะ (Iron Oxide) น้อยกว่ากระจกใสธรรมดา ทำให้เนื้อกระจกมีความบริสุทธิ์กว่า และทำให้ได้กระจกที่ใสกว่ากระจกทั่วไปประดุจคริสตัล แต่ก็ทำให้ราคาสูงขึ้นกว่ากระจกทั่วไปด้วยเช่นกัน รวมทั้งในประเทศไทยยังไม่มีผลิตอีกด้วย จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้นครับ อย่างไรก็ดี จะว่าไปราคาของกระจกใสพิเศษในยุคนี้ก็ไม่ได้แพงจนเกินเอื้อม เพราะแม้ว่าตัวกระจกวัตถุดิบเองจะมีราคาสูงกว่ากระจกใสธรรมดาประมาณหนึ่งเท่าตัว แต่เมื่อนำไปแปรรูปเป็นกระจกพิเศษต่างๆแล้ว ราคาอาจจะสูงกว่าแค่ประมาณ 40-70% ซึ่งถือว่าพอรับได้เมื่อเทียบกับการใช้งานในบางกรณีครับ ปัจจุบันกระจกใสพิเศษได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความใส ขาวบริสุทธิ์ของเนื้อกระจก จึงเหมาะนำมาใช้กับงานตู้โชว์สินค้า กระจกเฟอร์นิเจอร์ งานพ่นสี พิมพ์ลายต่างๆ ซึ่งทำให้มองเห็นสีหรือลายได้สีตรงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นงานอาคารธรรมดา การเลือกใช้กระจกใสธรรมดาก็พอแล้วเพราะกระจกใสพิเศษมีราคาสูงกว่ากระจกธรรมดาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วถ้ากระจกใสพิเศษยังใสไม่พอล่ะ… มีอะไรใสกว่ากระจกใสพิเศษอีกมั้ย? ผมขอแนะนำให้รู้จักกับกระจกอีกชนิดครับ ‘กระจกไร้แสงสะท้อน (Anti-Reflective Glass)’ […]