Category Archives: knowledge & fundamental

ค่า U-Value ของกระจกคืออะไรนะ

หากจะอธิบายค่า U-Value ให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมว่าเรามาดูหน่วยวัดกันก่อนดีกว่าครับ ค่า U-Value มีหน่วยเป็น ‘W/m2·°K’ (°K มีค่าเท่ากันกับ°C) ซึ่งถ้าเอาหน่วยนับนี้มาตีความ จะหมายความว่า ‘พลังงานความร้อนถ่ายเทผ่านกระจกกี่วัตต์บนพื้นที่กระจก 1 ตารางเมตร ที่อุณหภูมิต่างกัน 1 องศาเซลเซียส’ จะเห็นได้ว่า เจ้าค่า U-Value นี่ เค้าพูดถึงความร้อนที่ถ่ายเทจากฝั่งนึงของกระจก ข้ามไปอีกฝั่งนึงของกระจก ทีนี้ เรามาดูกันว่าการที่ความร้อนจะถ่ายเทจากฝั่งนึงไปอีกฝั่งนึงได้มันเกิดจากอะไรได้บ้าง 1) การนำ (Conduction) ถ้าลูกบอลแต่ละลูกคือโมเลกุลของกระจก จะเห็นได้ว่าความร้อนจากลูกบอลจะส่งผ่านไปยังลูกบอลลูกถัดไปที่อยู่ติดๆกัน แบบนี้ไปเรื่อยๆจนความร้อนไปถึงอีกฝั่งนึง! 2) การพา (Convection) ทีนี้ ลองนึกภาพตามว่าถ้าระหว่างลูกบอลมันดันมีช่องว่างมาคั่นล่ะครับ ก็จะเห็นได้ว่าความร้อนจะไม่สามารถส่งต่อไปยังลูกติดๆกันผ่านการนำได้แล้ว แต่ความร้อนก็ยังถูกส่งต่อไปได้นะครับ โดยลูกบอลลูกแรกจะต้องส่งความร้อนผ่านอากาศพาไปหาลูกบอลลูกติดๆกัน การส่งความร้อนผ่านอากาศแบบนี้เราเรียกว่า ‘การพา’ (Convection) นั่นเอง! 3) การแผ่ (Radiation) ทีนี้ ถ้าสมมุติว่าความร้อนมันถูกส่งผ่านทั้งการนำและการพาไปจนถึงลูกบอลลูกสุดท้าย หรือถ้าเปรียบเทียบกับกระจกก็คือมาถึงผิวกระจกด้านในอาคารล่ะ… เพราะลูกบอลที่อยู่ผิวด้านในอาคารมันก็สะสมความร้อน (Absorptance) ไว้ในตัวเองอยู่แล้ว มันก็หาทางคายความร้อนออกมาด้วยการแผ่ออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งความร้อนของผิวกระจกในอาคารเท่ากับอากาศในอาคารมันถึงจะหยุดแผ่ […]

กระจกแซนวิช… ‘ลามิเนต’ เค้าผลิตกันยังไงนะ

ช่วง 2-3 เดือนนี้ ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ ที่ความถี่ในการอัพเดทสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกผมหายจ้อยน้อยลงไปมากเลย… ขอเวลาเคลียร์ภารกิจอีกสักพัก แล้วผมจะกลับมาเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอต่อนะครับ ผมว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักกระจกลามิเนตกันดีอยู่แล้ว แต่บางท่าน อาจยังไม่ทราบว่า กว่าจะมาเป็นกระจกลามิเนตแต่ละแผ่น จะต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง และมีจุดไหนที่เราจะต้องระมัดระวังในการผลิตให้มากๆ เพื่อให้มั่นใจว่ากระจกที่ผลิตออกมาได้มาตรฐาน เป็นกระจกนิรภัยที่ให้ความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง… วันนี้ ผมขอนำเสนอ infographic อธิบายกระบวนการผลิตกระจกลามิเนตไว้เป็นข้อมูลนะครับ ที่ผมเรียกกระจกลามิเนตว่า ‘กระจกแซนวิช’ ก็เพราะว่า ถ้าเราเปรียบขนมปังสองแผ่นเสมือนว่าเป็นกระจก เจ้า ‘ไส้แซนวิช’ ที่อยู่กลางขนมปังก็เปรียบเหมือนกับฟิล์ม (Interlayer) ที่นำมายึดกระจกลามิเนตเข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าไส้… เอ๊ย ฟิล์มลามิเนตที่ว่านี้ ที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 ชนิดครับ 1) PVB (polyvinyl butyral) เป็นฟิล์มที่นิยมนำมาใช้ทำกระจกลามิเนตเพื่อความปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะให้การยึดเกาะกับกระจกอย่างดีเยี่ยม มีความใสเป็นเลิศ และยังมีราคาที่ไม่สูงมากนักอีกด้วยครับ 2) SentryGlas ฟิล์มเซ็นทรีกลาส เป็นพัฒนาการอีกขั้นที่พัฒนาต่อยอดมาจากฟิล์ม PVB ที่ดูปองท์คิดค้นขึ้นด้วยสูตร Ionoplast ที่ทำให้ฟิล์มมีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก แรงดึง และอุณหภูมิได้สูงกว่า มีความใสและการยึดเกาะกระจกได้ดีเหมือน PVB […]

กระจก Low-E กับ Reflective… เลือกแบบไหนดี?

สวัสดีครับ หลังจากว่างเว้นจากการเขียนบทความไปนาน ผมขอกลับมาทำหน้าที่นำเสนอบทความสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกเช่นเคยนะครับ ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายๆท่านสอบถามเกี่ยวกับการเลือกใช้กระจกเพื่อลดความร้อนภายในอาคาร ว่ากระจกชนิดไหนเอามาทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และกระจกแต่ละชนิด มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ผมจึงขอถือโอกาสเขียนบทความนี้เพื่อแนะนำเกี่ยวกับกระจกเคลือบสารเพื่อการประหยัดพลังงาน หรือในที่นี้ขอเรียกง่ายๆว่ากระจกโค้ทติ้ง (Coated Glass) ละกันนะครับ! ถ้าพูดถึงกระจกที่เราจะเลือกใช้เพื่อการประหยัดพลังงาน ผมแนะนำให้มองไปที่ ‘กระจกโค้ทติ้ง’ เป็นหลักได้เลยครับ! ซึ่งจะหมายถึงกระจกที่มีการเคลือบสารอะไรบางอย่างไว้ที่ผิวเพื่อป้องกันความร้อนเข้ามาในอาคารโดยเฉพาะ ส่วนพวกกระจกสีเขียว สีชาต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระจกสีตัดแสง (Tinted Glass) ก็พอจะช่วยในแง่การประหยัดพลังงานได้เช่นกัน แต่ถ้าเทียบประสิทธิภาพกันจริงๆแล้ว กระจกสีตัดแสงจะมีประสิทธิภาพสู้กระจกโค้ทติ้งไม่ได้เลยครับ ทีนี้พอพูดถึงกระจกโค้ทติ้ง จริงๆก็มีวิธีการแบ่งประเภทได้ตามเทคนิคการเคลือบผิว หรือสารที่นำมาเคลือบ แต่เพื่อความง่ายในการอธิบายให้เข้าใจ ผมขอแบ่งกระจกโค้ทติ้งเป็นสองประเภท คือกระจก Low-E (โลว์อี) และกระจก Reflective (รีเฟล็กทีฟ) ถึงแม้ว่ากระจกทั้งสองชนิดนี้ จะใช้หลักการเคลือบสารโลหะไว้ที่ผิวกระจกเพื่อสะท้อนความร้อนออกไปเหมือนๆกัน แต่ก็มีความต่างกันตรงที่ กระจกรีเฟล็กทีฟ จะเคลือบสารโลหะที่ให้การสะท้อนแสงสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโลหะที่มีความแข็งและทนต่อสภาวะอากาศได้ดี จึงสามารถนำกระจกไปใช้งานแผ่นเดี่ยวๆ หรือโชว์ด้านเคลือบได้ และตัดความร้อนโดยใช้หลักการสะท้อนทั้งคลื่นแสงและความร้อนออกไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าเป็นกระจก Low-E ส่วนใหญ่จะเคลือบผิวกระจกโดยใช้สารเงิน (Silver / Ag) เป็นส่วนประกอบ พร้อมกับสารโลหะอื่นๆ โดยเคลือบไว้บางๆที่ผิวกระจก ซึ่งสารเคลือบบางๆที่ว่านี้ ยังคงให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้มาก และมีการสะท้อนแสงที่ค่อนข้างต่ำ […]

กระจกเทมเปอร์ฮีทโซค… กับปัญหากระจกแตกเอง

หลายๆท่านอาจจะคิดว่า กระจกฮีทโซคก็คือกระจกที่พิเศษกว่ากระจกเทมเปอร์ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น แต่จริงๆแล้ว ท่านทราบไหมว่า… กระจกฮีทโซค ก็คือกระจกเทมเปอร์ธรรมดาๆนี่แหละครับ! เพียงแต่หลังจากผลิตกระจกเทมเปอร์เสร็จแล้ว กระจกเทมเปอร์จะถูกนำไปผ่านการทดสอบบางอย่าง ซึ่งการทดสอบนั้นมีชื่อว่า ‘ฮีทโซค’ (Heat Soak) เท่านั้นเอง… แล้วตกลงฮีทโซคคืออะไร? Heat Soak คือกระบวนการทดสอบกระจกอย่างหนึ่ง ที่ถูกออกแบบมาสำหรับไว้เทสกระจกเทมเปอร์เท่านั้น โดยการนำกระจกเทมเปอร์ที่ผลิตเสร็จแล้ว นำไปใส่ไว้ในเตาความร้อน แล้วเพิ่มอุณหภูมิในเตาจนกระทั่งกระจกมีอุณหภูมิถึง 290 องศาเซลเซียส จากนั้นปล่อยกระจกให้แช่ความร้อนไว้จนครบ 2 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยๆปล่อยให้กระจกเย็นตัวลงจนเท่ากับอุณหภูมิห้อง แล้วจึงส่งมอบกระจกที่ผ่านการทดสอบเพื่อนำไปติดตั้งต่อไป ทำฮีทโซคแล้วได้อะไร? ก่อนอื่น ผมคงต้องอธิบายก่อนครับ ว่าในกระจกแผ่นที่ผลิตมาจากโรงกระจกโฟลตอย่าง AGC หรือการ์เดียนนั้น มีโอกาสที่จะมีสารที่มีชื่อว่า ‘นิกเกิลซัลไฟด์’ (Nickle Sulfide /NiS) ปะปนอยู่ในเนื้อกระจกจากกระบวนการหลอมส่วนผสมต่างๆ ซึ่งปกติแล้วทางโรงงานก็จะพยายามตรวจเช็คอย่างเต็มที่แหละครับที่จะไม่ให้มีส่วนผสมของนิกเกิลซัลไฟด์เล็ดรอดมาอยู่ในกระจก แต่ในความเป็นจริงก็เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เพราะนิกเกิลซัลไฟด์จะมีขนาดไม่เกิน 0.4 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง และนิกเกิลซัลไฟด์จะมีการขยายตัวเมื่อถูกความร้อนในกระบวนการผลิตเทมเปอร์ ซึ่งบางครั้งการขยายตัวของนิกเกิลซัลไฟด์ก็ทำให้กระจกแตกในกระบวนการผลิตไปเลย หรือบางครั้งก็ยังไม่ถึงจุดที่กระจกจะแตก (เพราะในการผลิตกระจกเทมเปอร์ เราใช้เวลาอบสั้นๆแล้วเป่าลมเย็นอย่างรวดเร็ว) ซึ่งเมื่อกระจกมีนิกเกิลซัลไฟด์ปะปนอยู่ในกระจกเทมเปอร์ เมื่อเรานำกระจกไปติดตั้งใช้งานจริง และกระจกได้รับความร้อนสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็มีโอกาสที่นิกเกิลซัลไฟด์จะเกิดการขยายตัวต่อ และดันจากภายในเนื้อกระจกให้กระจกเทมเปอร์ระเบิดแตกได้เองได้ครับ! ดังนั้น […]

กระจกซาติน… กระจกฝ้าที่มาแทนที่กระจกพ่นทราย

บทความนี้ ผมจะขอแนะนำกระจกที่ผมว่าเป็นกระจกที่ดีงามกว่ากระจกพ่นทรายมาก แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่… กระจกที่ว่านี้คือ ‘กระจกซาติน’ (Satin Glass) หรือ ‘กระจกกัดกรด’ (Acid Edged Glass) นั่นเองครับ! คำว่าซาติน (Satin) แปลว่า ‘ผิวด้าน’ นั่นหมายความว่ากระจกชนิดนี้ เป็นกระจกที่ถูกนำไปผ่านกระบวนการบางอย่างที่ทำให้ผิวที่ใสมันวาวของกระจก กลายเป็นกระจกที่มีผิวด้านขึ้นมา… จริงๆแล้ว กระจกชนิดนี้ก็มีแนวคิดคล้ายๆกับกระจกพ่นทราย โดยการผลิตกระจกพ่นทราย จะใช้ลมนำเอาเม็ดทรายไปกระแทกกับผิวกระจกด้วยแรงดัน ทำให้เนื้อกระจกบางส่วนถูกกระแทกออกไปเพื่อให้ผิวกระจกขรุขระ แต่ด้วยความที่ผิวของกระจกพ่นทรายจะมีลักษณะที่หยาบจากการถูกเม็ดทรายมาทำลายผิวออกไป ทำให้เลอะคราบสิ่งสกปรกต่างๆที่มาเกาะติดได้ง่ายมาก และที่สำคัญคือ เมื่อสิ่งสกปรกฝังคราบลงไปบนผิวกระจกแล้ว ยากที่จะเช็ดหรือล้างกระจกให้สะอาดเหมือนเดิมครับ! รอยเปื้อนบนกระจกพ่นทรายส่วนใหญ่จะเกิดจากคราบเหงื่อและการเช็ดถู ย่ิงเช็ดก็ยิ่งเลอะ กระจกซาติน (Satin Glass) เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของกระจกกัดกรด (Acid Edged Glass) ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ ว่าเป็นการนำกระจกใสธรรมดาๆไปกัดผิวด้วยน้ำกรด ทำให้ผิวกระจกถูกน้ำกรดกัดกินผิวบางส่วนออกไป เพื่อให้ผิวเกิดความขรุขระไม่เรียบ เมื่อผิวกระจกขรุขระ แสงก็จะเกิดการหักเหแบบกระจัดกระจาย (Diffused Light) ทำให้ผิวกระจกที่เคยมันวาวไม่สะท้อนแสงออกมาโดยตรง ซึ่งเมื่อเรามองผ่านกระจกประเภทนี้ ก็จะทำให้ผิวเป็นฝ้า ไม่ใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่กระจกกัดกรด จะใช้น้ำยาเคมีเป็นตัวกัดผิว ทำให้ผิวกระจกไม่เป็นฝุ่นแป้งเหมือนกระจกพ่นทราย จึงทำให้กระจกกัดกรดไม่ดูเป็นฝ้าสีขาว และมีผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นมากกว่ากระจกพ่นทรายครับ! […]

6 ปัญหาที่พบบ่อยหลังติดตั้งกระจกลามิเนต

สำหรับงานกระจกโฟลตหรือกระจกเทมเปอร์ทั่วไป หลังจากติดตั้งแล้ว หากส่งงานผ่าน ส่วนใหญ่เราก็มักจะมั่นใจได้เลยครับ ว่ากระจกจะไม่ค่อยเกิดปัญหาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะไปจากเดิมแล้ว แต่ถ้าเป็นกระจกลามิเนต ต้องบอกว่ายังมีโอกาสที่กระจกจะเกิดปัญหาตามมาให้ปวดหัวหลังจากส่งมอบงานก็เป็นได้! ผมก็เลยขอถือโอกาสนี้ รวบรวมภาพปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากติดตั้งกระจกลามิเนต และแชร์แนวทางการวิเคราะห์สาเหตุไว้ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นต่อไปครับ ปัญหาแรกที่มักจะเกิดขึ้นได้ ตามภาพข้างบน ไม่ว่าจะเป็นภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยว หรือภาพที่เรามองผ่านกระจกจะบิดเบี้ยวก็ตาม ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า ‘Optical Distortion’ (ED) แปลว่า ‘การบิดเบือนของกระจก’ ซึ่งในการวิเคราะห์ปัญหาในส่วนนี้ อาจต้องวิเคราะห์โดยแยกชนิดกระจกก่อนครับว่า กระจกลามิเนตที่เราพบปัญหานี้ ผ่านการอบเทมเปอร์หรือฮีทสเตร็งเท่นมาหรือไม่? กรณีที่ 1: กระจกเทมเปอร์ลามิเนตให้ภาพที่บิดเบี้ยว ถ้าเป็นกรณี่ที่ใช้กระจกลามิเนตเทมเปอร์ มีโอกาสที่ผิวกระจกจะเป็นลอนคลื่นได้จากกระบวนการอบเทมเปอร์ ซึ่งปรกติแล้ว โรงงานผู้ผลิตจะต้องมีการควบคุมลอนคลื่นไม่ให้เกินมาตรฐาน จนทำให้เห็นภาพบิดเบือนได้ครับ กรณีที่ 2: กระจกลามิเนต Anneal ให้ภาพบิดเบี้ยว ถ้าเป็นกระจกไม่เทมเปอร์ (Annealed Glass) มาทำลามิเนตโดยเฉพาะกระจกบางๆ อันนี้ผมว่าควรเช็คที่การติดตั้งก่อนเลยครับ  บางครั้ง ผู้ติดตั้งมีการยัดกระจกเข้าไปในเฟรมซึ่งทำให้กระจกไม่ได้ระนาบและมีความบิดเบี้ยวจากการติดตั้ง ซึ่งตรงนี้นอกจากทำให้เกิดภาพบิดเบือนแล้ว ยังเสี่ยงที่กระจกจะวิ่งแตกเองได้ในอนาคตอีกด้วย ถ้าตรวจสอบแล้วมั่นใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การติดตั้ง ผมแนะนำให้ปรึกษาผู้ผลิตกระจก เพราะเป็นไปได้เหมือนกันที่กระบวนการผลิตอาจทำให้กระจกมีความโค้งได้เหมือนกัน แต่ก็มีโอกาสไม่มากเท่าไหร่ กรณีที่ 3: การขันฟิตติ้งแน่นเกินไป ในภาพข้างบน ภาพจะเกิดการบิดเบี้ยวบริเวณรอบๆจุดที่ยึดฟิตติ้งสไปเดอร์ อันนี้ชัดเจนเลยว่าปัญหาเกิดจากการขันน็อตที่ฟิตติ้งแน่นเกินไป […]

ยกระดับกระจกลามิเนตไปอีกขั้น ด้วยฟิล์ม ‘SentryGlas’

วันนี้ผมขอลงลึกในเรื่องของกระจกลามิเนตบ้างนะครับ ถ้าพูดถึง ‘กระจกนิรภัยลามิเนต’ (Safety Laminated Glass) หลายๆท่านอาจจะทราบว่า หมายถึงกระจกที่ใช้ฟิล์ม PVB มาประกบแซนด์วิชไว้ตรงกลางระหว่างกระจกสองแผ่น เพื่อให้เมื่อกระจกแตกแล้วไม่มีส่วนแหลมคมออกมาทำอันตรายเราได้ แบบนี้… คำว่า ‘กระจกนิรภัยลามิเนต’ นี่ เราไม่นับรวมกระจกสำหรับงานตกแต่งภายในที่ไม่ได้ต้องมีคุณสมบัติเป็นกระจกนิรภัย อย่างเช่น กระจกลามิเนตลายผ้า กระจกพ่นสีหรือกระจกเงาที่เอามาประกบกันด้านหลัง งานแนวๆนี้ ส่วนใหญ่จะผลิตด้วยฟิล์ม EVA ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนยาง จึงไม่เหมาะที่จะนำมาให้ใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยและการยึดเกาะของกระจกกับฟิล์มสูงเท่ากับกระจกนิรภัยสำหรับงานอาคารนะครับ สำหรับกระจกนิรภัยลามิเนตส่วนใหญ่ที่เราเห็นๆกันตามอาคารบ้านเรือนต่างๆ จะใช้ ‘ฟิล์ม PVB’ เป็นหลัก คำว่า ‘PVB’ ย่อมาจาก ‘โพลีไวนิลบิวทิรัล’ (Polyvinyl Butyral) ซึ่งเป็นเรซิ่นชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการนำมาทำกระจกลามิเนตมากๆ เพราะให้การยึดเกาะกับกระจกสูง แต่มีความยืดหยุ่นกำลังดี ทำให้กระจกสามารถป้องกันการทะลุทะลวงได้ดีในระดับนึงทีเดียว และที่สำคัญ… มีราคาที่ไม่แพงมากนัก ฟิล์มชนิดนี้ จึงเรียกได้ว่าแทบจะเป็นทางเลือกเดียวในการใช้กระจกนิรภัยลามิเนตสำหรับงานอาคารมาอย่างยาวนาน ส่วนฟิล์ม ‘เซ็นทรีกลาส’ (SentryGlas) หรือที่บางคนเรียกว่า ‘SGP’ หรือ ‘INP’  ชื่อนี้อาจจะค่อนข้างใหม่สำหรับหลายๆท่าน แต่จริงๆแล้วฟิล์มชนิดนี้ถูกคิดค้นโดยดูปองท์ (Dupont) มาตั้ง 18 ปีแล้ว! โดยเป็นฟิล์มตระกูลไอโอโนพลาสท์ […]

การเชื่อมต่อกระจกด้วยกาวยูวี

บทความวันนี้ ผมขอเขียนถึงกาวมหัศจรรย์สำหรับงานกระจกที่มีชื่อว่า ‘กาวยูวี’ (UV Glue) ซึ่งเป็นกาวที่นิยมใช้สำหรับการเชื่อมต่อกระจกกับกระจก และกระจกกับสเตนเลสได้อย่างติดแน่นถาวร แน่นชนิดที่ว่าแกะยังไงก็แกะไม่ออกกันเลยทีเดียวครับ! ถ้าท่านเคยไปเดินตามเอสบีหรืออินเด็กซ์ แถวๆโซนเฟอร์นิเจอร์นำเข้า หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นเฟอร์นิเจอร์กระจกแบบเปลือยๆที่เค้าเอากระจกมาต่อๆกันเป็นชั้นวางของ โต๊ะ ตู้ต่างๆ โดยหากสังเกตที่รอยต่อของกระจกเหล่านี้ เราจะหาร่องรอยของกาวที่เอามาต่อกระจกไม่เจอเลยครับ เพราะจุดที่กระจกเชื่อมต่อกันนั้น มันจะเรียบติดสนิทกันเป๊ะๆ เลยทีเดียว! และอีกแบบที่เราอาจจะเคยเห็นกันมาบ้าง คือศาลพระภูมิที่ทำด้วยกระจกทั้งหลัง แบบนี้เค้าใช้เทคนิคเอากระจกหลายๆแผ่นมาซ้อนๆกันโดยติดกระจกด้วยกาวยูวี ซึ่งเป็นงานเชื่อมต่อกระจกอีกแบบที่ต้องใช้ฝีมือและความละเอียดเป็นอย่างมากเลยครับ นอกจากการเชื่อมต่อกระจกกับกระจกแล้ว อีกแบบนึงที่เห็นได้บ่อยในวงการเฟอร์นิเจอร์ ก็คือการต่อกระจกกับสเตนเลสแบบนี้ครับ ภาพทั้งหมดข้างบนนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยการใช้ ‘กาวยูวี’ ซึ่งเป็นกาวที่มีเนื้อใสเหมือนน้ำ แต่ถูกออกแบบมาให้ทำปฏิกริยาให้เกิดการแข็งตัวได้ก็ต่อเมื่อโดนรังสียูวีเท่านั้น ถ้าไม่โดนรังสียูวีก็จะคงสภาพเป็นน้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ… โดยก่อนที่เราจะซื้อกาวยูวีมาใช้ ต้องเลือกก่อนนะครับว่าเราจะติดกระจกกับกระจก หรือกระจกกับสเตนเลส เพราะกาวที่ใช้จะเป็นคนละสูตรกัน ผมเคยลองเอากาวสูตรติดกระจกกับกระจก มาลองติดกระจกกับสเตนเลสแล้ว ปรากฏว่าตอนทำมันก็พอติดได้ครับ แต่รู้สึกได้เลยว่าการยึดเกาะมันไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปรกติแล้ว กาวพวกนี้ พอเราฉายแสงยูวีให้กาวทำปฏิกริยาโดยสมบูรณ์แล้ว เราจะดึงกระจกแยกออกจากกันแทบจะไม่ได้อีกเลยครับ ถึงได้ก็จะยากมากๆๆๆ เพราะกาวยูวีให้แรงยึดเกาะกระจกมากถึง 260 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร (ลองจินตนาการพื้นที่ติดกาวเล็กๆแค่ 1X4 ซม. ต้องใช้แรงมากถึง 1 ตันเศษ จึงจะแกะกระจกออกจากกันได้!!!) การจะต่อกระจกด้วยกาวยูวี ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยากนะครับ เพราะต้องการวัสดุหลักๆแค่สองอย่าง นั่นก็คือ ‘กาวยูวี’ […]

เมื่อไหร่ที่ควรใช้กระจกฮีทสเตร็งเท่น?

ทุกท่านคงรู้จักและคุ้นเคยกับกระจกเทมเปอร์ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงกระจกฮีทเสตร็งเท่น… หลายๆท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ามันมีประโยชน์ยังไง ทำไมมีกระจกเทมเปอร์แล้ว ยังต้องมีกระจกฮีทสเตร็งเท่นให้วุ่นวายด้วย?  บทความนี้… ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักอีกแง่มุมของกระจกที่มีส่วนคล้ายกับเทมเปอร์ แต่ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไม่น้อยเลยทีเดียว เรามาทำความรู้จักกับ ‘กระจกฮีทสเตร็งเท่น’ (Heat-Strengthened Glass) ไปพร้อมๆกันเลยนะครับ! กระจกฮีทสเตร็งเท่นต่างกับกระจกเทมเปอร์ยังไง? จริงๆแล้ว กระจกทั้งสองชนิดจะมีคอนเซ็ปในการผลิตกระจกเหมือนๆกัน คือนำกระจกโฟลต (Annealed Glass) มาผ่านการอบที่ความร้อนประมาณ 650-700 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงทำให้กระจกเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วด้วยการเป่าลมที่ผิวกระจก ซึ่งกระจกทั้งสองชนิดนี้ จะแตกต่างกันก็ตรงที่ความแรงของการเป่าลมนี่แหละครับ ถ้าเราใช้ลมเป่าให้เย็นตัวลงเร็วมากๆ กระจกจะเกิดการอัดแน่นของโมเลกุลที่ผิวกระจกอย่างมาก ทำให้มีค่าความเครียดที่ผิวกระจก (Compressive Stress) ที่ 10,000 PSI ขึ้นไป อันนี้เราจะเรียกได้ว่าเป็น ‘กระจกเทมเปอร์’ โดยสมบูรณ์ (Fully Tempered) แต่ถ้าเราลดแรงลมตอนที่เป่าให้กระจกเย็นตัว ก็จะมีผลทำให้กระจกเย็นตัวช้าลง ความเครียดที่ผิวกระจกก็จะลดหลั่นลงมาตามลำดับ ซึ่งเมื่อผิวกระจกมีค่าความเครียดที่ผิวกระจกระหว่าง 3,500 ถึง 7,500 PSI เราจะเรียกกระจกชนิดนี้ว่า ‘กระจกฮีทสเตร็งเท่น’ (Heat-Strengthened Glass) แล้วกระจกสองชนิดนี้มันแตกต่างกันยังไง? กระจกเทมเปอร์ (ที่ผ่านการอบโดยสมบูรณ์) จะมีความแข็งแรงกว่ากระจกทั่วไป 4-5 เท่า […]

รีวิวกระจกสีตัดแสงในไทย 8 ชนิด

กระจกที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นการแสดงความเห็นเป็นการส่วนตัว ซึ่งในบางเรื่องอาจขึ้นอยู่กับรสนิยมหรือความชอบของแต่ละบุคคล หากมีส่วนใดที่ผมแสดงความเห็นหรือคอมเมนท์ที่ไม่เหมาะสมประการใด ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ – กระจกไม่กระจอก – กระจกเขียวใสของ AGC ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Ocean Green ตัวนี้ มีข้อดีตรงที่ให้แสงส่องผ่านได้ถึง 75% แต่ก็ปล่อยความร้อนผ่านเข้ามาได้ถึง 62% ซึ่งถือว่ายังไม่ค่อยประหยัดพลังงานได้เท่าที่ควรครับ แต่เป็นที่นิยมเพราะเป็นกระจกเบสิคที่หาได้ทั่วไปในราคาที่ไม่แพงครับ การส่องผ่านของแสง VLT –> 4 ดาว การป้องกันความร้อน SHGC –> 3 ดาว ความพร้อมของสินค้า –> 5 ดาว ความชอบส่วนตัว (สี) –> 4 ดาว โดยรวม ให้ 4 ดาว! กระจกเขียวใสตัวหลักของการ์เดียน ถ้าเทียบกับเขียวใสของอาซาฮี ถือว่าใกล้เคียงกันมาก จะดีกว่านิดหน่อยก็ตรงที่มีความใสกว่า 3% แต่กันความร้อนได้เท่ากันเป๊ะครับ! การส่องผ่านของแสง VLT –> 4 […]