Author Archives: wirojt

ค่า U-Value ของกระจกคืออะไรนะ

หากจะอธิบายค่า U-Value ให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมว่าเรามาดูหน่วยวัดกันก่อนดีกว่าครับ ค่า U-Value มีหน่วยเป็น ‘W/m2·°K’ (°K มีค่าเท่ากันกับ°C) ซึ่งถ้าเอาหน่วยนับนี้มาตีความ จะหมายความว่า ‘พลังงานความร้อนถ่ายเทผ่านกระจกกี่วัตต์บนพื้นที่กระจก 1 ตารางเมตร ที่อุณหภูมิต่างกัน 1 องศาเซลเซียส’ จะเห็นได้ว่า เจ้าค่า U-Value นี่ เค้าพูดถึงความร้อนที่ถ่ายเทจากฝั่งนึงของกระจก ข้ามไปอีกฝั่งนึงของกระจก ทีนี้ เรามาดูกันว่าการที่ความร้อนจะถ่ายเทจากฝั่งนึงไปอีกฝั่งนึงได้มันเกิดจากอะไรได้บ้าง 1) การนำ (Conduction) ถ้าลูกบอลแต่ละลูกคือโมเลกุลของกระจก จะเห็นได้ว่าความร้อนจากลูกบอลจะส่งผ่านไปยังลูกบอลลูกถัดไปที่อยู่ติดๆกัน แบบนี้ไปเรื่อยๆจนความร้อนไปถึงอีกฝั่งนึง! 2) การพา (Convection) ทีนี้ ลองนึกภาพตามว่าถ้าระหว่างลูกบอลมันดันมีช่องว่างมาคั่นล่ะครับ ก็จะเห็นได้ว่าความร้อนจะไม่สามารถส่งต่อไปยังลูกติดๆกันผ่านการนำได้แล้ว แต่ความร้อนก็ยังถูกส่งต่อไปได้นะครับ โดยลูกบอลลูกแรกจะต้องส่งความร้อนผ่านอากาศพาไปหาลูกบอลลูกติดๆกัน การส่งความร้อนผ่านอากาศแบบนี้เราเรียกว่า ‘การพา’ (Convection) นั่นเอง! 3) การแผ่ (Radiation) ทีนี้ ถ้าสมมุติว่าความร้อนมันถูกส่งผ่านทั้งการนำและการพาไปจนถึงลูกบอลลูกสุดท้าย หรือถ้าเปรียบเทียบกับกระจกก็คือมาถึงผิวกระจกด้านในอาคารล่ะ… เพราะลูกบอลที่อยู่ผิวด้านในอาคารมันก็สะสมความร้อน (Absorptance) ไว้ในตัวเองอยู่แล้ว มันก็หาทางคายความร้อนออกมาด้วยการแผ่ออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งความร้อนของผิวกระจกในอาคารเท่ากับอากาศในอาคารมันถึงจะหยุดแผ่ […]

กระจกแซนวิช… ‘ลามิเนต’ เค้าผลิตกันยังไงนะ

ช่วง 2-3 เดือนนี้ ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ ที่ความถี่ในการอัพเดทสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกผมหายจ้อยน้อยลงไปมากเลย… ขอเวลาเคลียร์ภารกิจอีกสักพัก แล้วผมจะกลับมาเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอต่อนะครับ ผมว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักกระจกลามิเนตกันดีอยู่แล้ว แต่บางท่าน อาจยังไม่ทราบว่า กว่าจะมาเป็นกระจกลามิเนตแต่ละแผ่น จะต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง และมีจุดไหนที่เราจะต้องระมัดระวังในการผลิตให้มากๆ เพื่อให้มั่นใจว่ากระจกที่ผลิตออกมาได้มาตรฐาน เป็นกระจกนิรภัยที่ให้ความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง… วันนี้ ผมขอนำเสนอ infographic อธิบายกระบวนการผลิตกระจกลามิเนตไว้เป็นข้อมูลนะครับ ที่ผมเรียกกระจกลามิเนตว่า ‘กระจกแซนวิช’ ก็เพราะว่า ถ้าเราเปรียบขนมปังสองแผ่นเสมือนว่าเป็นกระจก เจ้า ‘ไส้แซนวิช’ ที่อยู่กลางขนมปังก็เปรียบเหมือนกับฟิล์ม (Interlayer) ที่นำมายึดกระจกลามิเนตเข้าด้วยกัน ซึ่งเจ้าไส้… เอ๊ย ฟิล์มลามิเนตที่ว่านี้ ที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 ชนิดครับ 1) PVB (polyvinyl butyral) เป็นฟิล์มที่นิยมนำมาใช้ทำกระจกลามิเนตเพื่อความปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะให้การยึดเกาะกับกระจกอย่างดีเยี่ยม มีความใสเป็นเลิศ และยังมีราคาที่ไม่สูงมากนักอีกด้วยครับ 2) SentryGlas ฟิล์มเซ็นทรีกลาส เป็นพัฒนาการอีกขั้นที่พัฒนาต่อยอดมาจากฟิล์ม PVB ที่ดูปองท์คิดค้นขึ้นด้วยสูตร Ionoplast ที่ทำให้ฟิล์มมีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก แรงดึง และอุณหภูมิได้สูงกว่า มีความใสและการยึดเกาะกระจกได้ดีเหมือน PVB […]

LOX อุปกรณ์เปิด-ปิดบานประตูใหม่ๆ ในงานสถาปนิก 60

วันนี้ ผมขอพาทุกท่านไปเยี่ยมชมบู๊ท LOX ในงานสถาปนิก 60 ที่กำลังจัดอยู่ที่ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีกันบ้างนะครับ โดยในปีนี้ LOX ได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มฮาร์ดแวร์สำหรับงานกระจกโดยเน้นที่อุปกรณ์บานเปลือยโดยเฉพาะ และเปิดตัวสินค้าใหม่ๆที่น่าสนใจหลายตัวเลยทีเดียว! สำหรับกลุ่มโช้คอัพเปิด-ปิดประตู มีการเปิดตัวพร้อมกันในงานนี้ถึง 8 รุ่น แต่ผมขอเลือกรูปแบบประตูแบบใหม่ๆมานำเสนอสัก 3 รุ่นที่น่าจะตอบโจทย์ดีไซน์ใหม่ๆมาให้ดูกันก่อนนะครับ 1) โช้คฝังพื้นหมุนรอบตัว 360° โช้ครุ่นนี้ ออกแบบมาสำหรับบานประตูชนิดติดตั้งจุดหมุนไว้กลางบาน (Pivot Door) โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับประตูบานกว้างๆที่ต้องการเปิดปิดแบบผลักได้ทั้งสองด้านของบาน ซึ่งประตูแบบนี้ เดิมเราไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก เพราะถ้าใช้โช้คฝังพื้นแบบปรกติทั่วไป จะเปิดตั้งค้างได้แค่ 90° และจะต้องคอยระวังให้ปิดบานกลับมาด้านเดิมทุกครั้งครับ หรืออีกวิธีก็คือใส่เป็นจุดหมุนธรรมดา และฝังตัวล็อคที่พื้นเพื่อตั้งค้างบานเอา… โช้ค LOX รุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้สามารถเปิดบานไปด้านไหนก็ได้อย่างอิสระ และสามารถตั้งค้างบานไว้ได้ทุก 90° ที่เราหมุนบานไป จึงไม่ต้องคอยกังวลว่าบานเปิดมาด้านไหนต้องปิดกลับทางเดิมอีกแล้วครับ! 2) ตั้งค้างบานที่ 180° ด้วยตัวหนีบจุดหมุนเยื้อง ผมว่าทุกท่านที่อยู่ในสายงานติดตั้งกระจกบานเปลือย คงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วว่าประตูบานเปลือย เวลาเปิด จะต้องตั้งค้างไว้ที่ 90° เสมอ แต่การตั้งค้างบานไว้แบบนี้ ปัญหาคือเกะกะพื้นที่ ทำให้ทางเดินแคบลงแบบในรูปนี้ครับ ลักษณะบานแบบนี้ จะดีกว่ามาก […]

‘BGF’ ผู้ผลิตกระจกโฟลตรายที่ 3 ของไทย!

กันยานี้ เราจะมีกระจกโฟลตแบรนด์ใหม่ที่ผลิตในประเทศไทยออกสู่ท้องตลาดเป็นรายที่ 3 แล้วนะครับ กับแบรนด์ BGF หรือ ‘บีจีโฟลต กล๊าส’ ถึงจะเป็นแบรนด์ใหม่แต่หน้าไม่ใหม่ เพราะ BGF คือธุรกิจใหม่ของบางกอกกล๊าส ผู้นำในธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว ที่สบช่องขยายธุรกิจจากการหลอมแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์ มาสู่การหลอมแก้วออกมาเป็นกระจกแผ่นเรียบครับ โดยโรงงานใหม่ของกระจก BGF ตั้งอยู่ที่อำเภอกบินทร์บุรี ในเนื้อที่ 150 ไร่ โดยจะเริ่มเดินเครื่องในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และหลังจากนั้น ประเทศไทยเราจะมีกระจกแผ่นเรียบหลั่งไหลออกมาจากเตากระจกโฟลตแห่งใหม่นี้อีกวันละ 600 ตันครับ! วันนี้ผมได้มีโอกาสไปฟังผู้บริหารของ BGF เล่าให้ฟังถึงเทคโนโลยีของโรงงานโฟลตแห่งใหม่นี้ พอสรุปได้ใจความดังนี้ครับ เตาโฟลตตัวใหม่นี้ ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ทั้งในกระบวนการผสมวัตถุดิบและเตาหลอม (Batch House & Furnace) ส่วนบ่อดีบุก (Tin Bath) สามารถเทน้ำกระจกเป็นแผ่น (Glass Ribbon) ได้กว้างถึง 4 เมตร โซนทำให้กระจกเย็นตัวลง (Annealing Lehr) ใช้เทคโนโลยีจากเบลเยียม ที่มีความพร้อมสำหรับการโค้ทกระจกประหยัดพลังงานแบบออนไลน์ หลังกระจกเซ็ทตัวออกมาเป็นแผ่นเรียบแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังเครื่องตัดและล้างกระจก จากนั้นกระจกทุกแผ่นจะต้องผ่านเครื่องตรวจสอบความหนา สแกนหาสิ่งปนเปื้อนในกระจก […]

กระจก Low-E กับ Reflective… เลือกแบบไหนดี?

สวัสดีครับ หลังจากว่างเว้นจากการเขียนบทความไปนาน ผมขอกลับมาทำหน้าที่นำเสนอบทความสาระความรู้เกี่ยวกับกระจกเช่นเคยนะครับ ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายๆท่านสอบถามเกี่ยวกับการเลือกใช้กระจกเพื่อลดความร้อนภายในอาคาร ว่ากระจกชนิดไหนเอามาทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และกระจกแต่ละชนิด มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ผมจึงขอถือโอกาสเขียนบทความนี้เพื่อแนะนำเกี่ยวกับกระจกเคลือบสารเพื่อการประหยัดพลังงาน หรือในที่นี้ขอเรียกง่ายๆว่ากระจกโค้ทติ้ง (Coated Glass) ละกันนะครับ! ถ้าพูดถึงกระจกที่เราจะเลือกใช้เพื่อการประหยัดพลังงาน ผมแนะนำให้มองไปที่ ‘กระจกโค้ทติ้ง’ เป็นหลักได้เลยครับ! ซึ่งจะหมายถึงกระจกที่มีการเคลือบสารอะไรบางอย่างไว้ที่ผิวเพื่อป้องกันความร้อนเข้ามาในอาคารโดยเฉพาะ ส่วนพวกกระจกสีเขียว สีชาต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระจกสีตัดแสง (Tinted Glass) ก็พอจะช่วยในแง่การประหยัดพลังงานได้เช่นกัน แต่ถ้าเทียบประสิทธิภาพกันจริงๆแล้ว กระจกสีตัดแสงจะมีประสิทธิภาพสู้กระจกโค้ทติ้งไม่ได้เลยครับ ทีนี้พอพูดถึงกระจกโค้ทติ้ง จริงๆก็มีวิธีการแบ่งประเภทได้ตามเทคนิคการเคลือบผิว หรือสารที่นำมาเคลือบ แต่เพื่อความง่ายในการอธิบายให้เข้าใจ ผมขอแบ่งกระจกโค้ทติ้งเป็นสองประเภท คือกระจก Low-E (โลว์อี) และกระจก Reflective (รีเฟล็กทีฟ) ถึงแม้ว่ากระจกทั้งสองชนิดนี้ จะใช้หลักการเคลือบสารโลหะไว้ที่ผิวกระจกเพื่อสะท้อนความร้อนออกไปเหมือนๆกัน แต่ก็มีความต่างกันตรงที่ กระจกรีเฟล็กทีฟ จะเคลือบสารโลหะที่ให้การสะท้อนแสงสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโลหะที่มีความแข็งและทนต่อสภาวะอากาศได้ดี จึงสามารถนำกระจกไปใช้งานแผ่นเดี่ยวๆ หรือโชว์ด้านเคลือบได้ และตัดความร้อนโดยใช้หลักการสะท้อนทั้งคลื่นแสงและความร้อนออกไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าเป็นกระจก Low-E ส่วนใหญ่จะเคลือบผิวกระจกโดยใช้สารเงิน (Silver / Ag) เป็นส่วนประกอบ พร้อมกับสารโลหะอื่นๆ โดยเคลือบไว้บางๆที่ผิวกระจก ซึ่งสารเคลือบบางๆที่ว่านี้ ยังคงให้แสงส่องผ่านเข้ามาได้มาก และมีการสะท้อนแสงที่ค่อนข้างต่ำ […]

กระจกเทมเปอร์ฮีทโซค… กับปัญหากระจกแตกเอง

หลายๆท่านอาจจะคิดว่า กระจกฮีทโซคก็คือกระจกที่พิเศษกว่ากระจกเทมเปอร์ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น แต่จริงๆแล้ว ท่านทราบไหมว่า… กระจกฮีทโซค ก็คือกระจกเทมเปอร์ธรรมดาๆนี่แหละครับ! เพียงแต่หลังจากผลิตกระจกเทมเปอร์เสร็จแล้ว กระจกเทมเปอร์จะถูกนำไปผ่านการทดสอบบางอย่าง ซึ่งการทดสอบนั้นมีชื่อว่า ‘ฮีทโซค’ (Heat Soak) เท่านั้นเอง… แล้วตกลงฮีทโซคคืออะไร? Heat Soak คือกระบวนการทดสอบกระจกอย่างหนึ่ง ที่ถูกออกแบบมาสำหรับไว้เทสกระจกเทมเปอร์เท่านั้น โดยการนำกระจกเทมเปอร์ที่ผลิตเสร็จแล้ว นำไปใส่ไว้ในเตาความร้อน แล้วเพิ่มอุณหภูมิในเตาจนกระทั่งกระจกมีอุณหภูมิถึง 290 องศาเซลเซียส จากนั้นปล่อยกระจกให้แช่ความร้อนไว้จนครบ 2 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยๆปล่อยให้กระจกเย็นตัวลงจนเท่ากับอุณหภูมิห้อง แล้วจึงส่งมอบกระจกที่ผ่านการทดสอบเพื่อนำไปติดตั้งต่อไป ทำฮีทโซคแล้วได้อะไร? ก่อนอื่น ผมคงต้องอธิบายก่อนครับ ว่าในกระจกแผ่นที่ผลิตมาจากโรงกระจกโฟลตอย่าง AGC หรือการ์เดียนนั้น มีโอกาสที่จะมีสารที่มีชื่อว่า ‘นิกเกิลซัลไฟด์’ (Nickle Sulfide /NiS) ปะปนอยู่ในเนื้อกระจกจากกระบวนการหลอมส่วนผสมต่างๆ ซึ่งปกติแล้วทางโรงงานก็จะพยายามตรวจเช็คอย่างเต็มที่แหละครับที่จะไม่ให้มีส่วนผสมของนิกเกิลซัลไฟด์เล็ดรอดมาอยู่ในกระจก แต่ในความเป็นจริงก็เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เพราะนิกเกิลซัลไฟด์จะมีขนาดไม่เกิน 0.4 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง และนิกเกิลซัลไฟด์จะมีการขยายตัวเมื่อถูกความร้อนในกระบวนการผลิตเทมเปอร์ ซึ่งบางครั้งการขยายตัวของนิกเกิลซัลไฟด์ก็ทำให้กระจกแตกในกระบวนการผลิตไปเลย หรือบางครั้งก็ยังไม่ถึงจุดที่กระจกจะแตก (เพราะในการผลิตกระจกเทมเปอร์ เราใช้เวลาอบสั้นๆแล้วเป่าลมเย็นอย่างรวดเร็ว) ซึ่งเมื่อกระจกมีนิกเกิลซัลไฟด์ปะปนอยู่ในกระจกเทมเปอร์ เมื่อเรานำกระจกไปติดตั้งใช้งานจริง และกระจกได้รับความร้อนสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็มีโอกาสที่นิกเกิลซัลไฟด์จะเกิดการขยายตัวต่อ และดันจากภายในเนื้อกระจกให้กระจกเทมเปอร์ระเบิดแตกได้เองได้ครับ! ดังนั้น […]

เพิ่มสไตล์ให้ห้องอาบน้ำ ด้วยกระจกแบบใหม่ๆ

เบื่อไหม… กับกระจกบานห้องน้ำแบบเดิมๆที่มีแต่กระจกใส? จริงๆแล้ว เราสามารถเลือกใช้กระจกที่หลากหลายกับห้องอาบน้ำเพื่อทำให้ดูมีสไตล์ น่าสนใจยิ่งขึ้น วันนี้ผมจึงเลือกรูปแบบบานกระจกห้องอาบน้ำชนิดต่างๆ ที่สามารถเลือกและสั่งทำได้แล้วในบ้านเรา เผื่อจะเป็นไอเดียสำหรับท่านผู้อ่านในการนำไปใช้กับงานของท่านดูนะครับ! 1) เบื่อกระจกใส ก็ต้องนี่เลย… กระจกสีตัดแสง บานกระจกห้องอาบน้ำบ้านเรา เกือบ 100% ทำไมถึงใช้แต่กระจกใส ทั้งที่จริงๆแล้ว เราสามารถเลือกใช้กระจกสีตัดแสงมาอบเทมเปอร์ ทำเป็นฉากกั้นอาบน้ำได้เลย ไม่ยากแถมราคาก็ไม่ได้สูงกว่ากระจกใสธรรมดามากเท่าไหร่ด้วยครับ สำหรับกระจกสีตัดแสงความหนา 8-10 มม.ในบ้านเราตอนนี้ ที่มีให้เลือกก็จะเป็นสีเทายูโรเกรย์ และสีเขียว ส่วนสีฟ้าและสีชาอ่อนก็มีนะครับ แต่อาจจะหาของยากสักหน่อยเพราะผู้ประกอบการไม่ค่อยได้นำเข้ามาจำหน่ายครับ 2) กระจกซาติน… โป๊แต่ไม่เปลือย กระจกซาตินจะช่วยกั้นพื้นที่ให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทึบเกินไป จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ในห้องอาบน้ำมาก เพราะเป็นกระจกที่สามารถถูกน้ำได้และไม่เป็นคราบสกปรกเหมือนกระจกพ่นทราย โดยกระจกซาตินเทมเปอร์ที่ความหนา 8-10 มม. แบบนี้ ผู้ผลิตกระจกเทมเปอร์หลายๆรายก็มีผลิตและจำหน่ายแล้วครับ แต่ถ้าหากต้องการกระจกผิวฝ้าแค่บางส่วนของแผ่น โดยมีส่วนเว้นใสบนกระจกด้วย ก็สามารถทำได้ โดยเลือกใช้กระจกพ่นทรายกันสติ๊กเกอร์ แต่เนื่องจากกระจกพ่นทรายจะสกปรกและเป็นคราบได้ง่าย จึงควรเคลือบด้วยสารนาโนลงบนกระจกด้านที่พ่นทราย ซึ่งน้ำยาเคลือบกระจกสมัยนี้ ได้มีการพัฒนาคุณภาพให้มีความคงทน และช่วยทำให้กระจกพ่นทรายดูใหม่ได้อย่างยาวนานอย่างน้อย 5 ปีเลยทีเดียว แต่กระจกที่เคลือบน้ำยาชนิดนี้ เราห้ามเช็ดถูด้วยสารเคมีต่างๆ และต้องระมัดระวังการเช็ดอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้สารเคลือบหลุดออกมาครับ 3) กระจกพิมพ์ลาย… พิมพ์อะไรก็ได้ที่ต้องการ ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์กระจก […]

กระจกซาติน… กระจกฝ้าที่มาแทนที่กระจกพ่นทราย

บทความนี้ ผมจะขอแนะนำกระจกที่ผมว่าเป็นกระจกที่ดีงามกว่ากระจกพ่นทรายมาก แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่… กระจกที่ว่านี้คือ ‘กระจกซาติน’ (Satin Glass) หรือ ‘กระจกกัดกรด’ (Acid Edged Glass) นั่นเองครับ! คำว่าซาติน (Satin) แปลว่า ‘ผิวด้าน’ นั่นหมายความว่ากระจกชนิดนี้ เป็นกระจกที่ถูกนำไปผ่านกระบวนการบางอย่างที่ทำให้ผิวที่ใสมันวาวของกระจก กลายเป็นกระจกที่มีผิวด้านขึ้นมา… จริงๆแล้ว กระจกชนิดนี้ก็มีแนวคิดคล้ายๆกับกระจกพ่นทราย โดยการผลิตกระจกพ่นทราย จะใช้ลมนำเอาเม็ดทรายไปกระแทกกับผิวกระจกด้วยแรงดัน ทำให้เนื้อกระจกบางส่วนถูกกระแทกออกไปเพื่อให้ผิวกระจกขรุขระ แต่ด้วยความที่ผิวของกระจกพ่นทรายจะมีลักษณะที่หยาบจากการถูกเม็ดทรายมาทำลายผิวออกไป ทำให้เลอะคราบสิ่งสกปรกต่างๆที่มาเกาะติดได้ง่ายมาก และที่สำคัญคือ เมื่อสิ่งสกปรกฝังคราบลงไปบนผิวกระจกแล้ว ยากที่จะเช็ดหรือล้างกระจกให้สะอาดเหมือนเดิมครับ! รอยเปื้อนบนกระจกพ่นทรายส่วนใหญ่จะเกิดจากคราบเหงื่อและการเช็ดถู ย่ิงเช็ดก็ยิ่งเลอะ กระจกซาติน (Satin Glass) เป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการของกระจกกัดกรด (Acid Edged Glass) ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ ว่าเป็นการนำกระจกใสธรรมดาๆไปกัดผิวด้วยน้ำกรด ทำให้ผิวกระจกถูกน้ำกรดกัดกินผิวบางส่วนออกไป เพื่อให้ผิวเกิดความขรุขระไม่เรียบ เมื่อผิวกระจกขรุขระ แสงก็จะเกิดการหักเหแบบกระจัดกระจาย (Diffused Light) ทำให้ผิวกระจกที่เคยมันวาวไม่สะท้อนแสงออกมาโดยตรง ซึ่งเมื่อเรามองผ่านกระจกประเภทนี้ ก็จะทำให้ผิวเป็นฝ้า ไม่ใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่กระจกกัดกรด จะใช้น้ำยาเคมีเป็นตัวกัดผิว ทำให้ผิวกระจกไม่เป็นฝุ่นแป้งเหมือนกระจกพ่นทราย จึงทำให้กระจกกัดกรดไม่ดูเป็นฝ้าสีขาว และมีผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่นมากกว่ากระจกพ่นทรายครับ! […]

6 ปัญหาที่พบบ่อยหลังติดตั้งกระจกลามิเนต

สำหรับงานกระจกโฟลตหรือกระจกเทมเปอร์ทั่วไป หลังจากติดตั้งแล้ว หากส่งงานผ่าน ส่วนใหญ่เราก็มักจะมั่นใจได้เลยครับ ว่ากระจกจะไม่ค่อยเกิดปัญหาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะไปจากเดิมแล้ว แต่ถ้าเป็นกระจกลามิเนต ต้องบอกว่ายังมีโอกาสที่กระจกจะเกิดปัญหาตามมาให้ปวดหัวหลังจากส่งมอบงานก็เป็นได้! ผมก็เลยขอถือโอกาสนี้ รวบรวมภาพปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากติดตั้งกระจกลามิเนต และแชร์แนวทางการวิเคราะห์สาเหตุไว้ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นต่อไปครับ ปัญหาแรกที่มักจะเกิดขึ้นได้ ตามภาพข้างบน ไม่ว่าจะเป็นภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยว หรือภาพที่เรามองผ่านกระจกจะบิดเบี้ยวก็ตาม ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า ‘Optical Distortion’ (ED) แปลว่า ‘การบิดเบือนของกระจก’ ซึ่งในการวิเคราะห์ปัญหาในส่วนนี้ อาจต้องวิเคราะห์โดยแยกชนิดกระจกก่อนครับว่า กระจกลามิเนตที่เราพบปัญหานี้ ผ่านการอบเทมเปอร์หรือฮีทสเตร็งเท่นมาหรือไม่? กรณีที่ 1: กระจกเทมเปอร์ลามิเนตให้ภาพที่บิดเบี้ยว ถ้าเป็นกรณี่ที่ใช้กระจกลามิเนตเทมเปอร์ มีโอกาสที่ผิวกระจกจะเป็นลอนคลื่นได้จากกระบวนการอบเทมเปอร์ ซึ่งปรกติแล้ว โรงงานผู้ผลิตจะต้องมีการควบคุมลอนคลื่นไม่ให้เกินมาตรฐาน จนทำให้เห็นภาพบิดเบือนได้ครับ กรณีที่ 2: กระจกลามิเนต Anneal ให้ภาพบิดเบี้ยว ถ้าเป็นกระจกไม่เทมเปอร์ (Annealed Glass) มาทำลามิเนตโดยเฉพาะกระจกบางๆ อันนี้ผมว่าควรเช็คที่การติดตั้งก่อนเลยครับ  บางครั้ง ผู้ติดตั้งมีการยัดกระจกเข้าไปในเฟรมซึ่งทำให้กระจกไม่ได้ระนาบและมีความบิดเบี้ยวจากการติดตั้ง ซึ่งตรงนี้นอกจากทำให้เกิดภาพบิดเบือนแล้ว ยังเสี่ยงที่กระจกจะวิ่งแตกเองได้ในอนาคตอีกด้วย ถ้าตรวจสอบแล้วมั่นใจว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การติดตั้ง ผมแนะนำให้ปรึกษาผู้ผลิตกระจก เพราะเป็นไปได้เหมือนกันที่กระบวนการผลิตอาจทำให้กระจกมีความโค้งได้เหมือนกัน แต่ก็มีโอกาสไม่มากเท่าไหร่ กรณีที่ 3: การขันฟิตติ้งแน่นเกินไป ในภาพข้างบน ภาพจะเกิดการบิดเบี้ยวบริเวณรอบๆจุดที่ยึดฟิตติ้งสไปเดอร์ อันนี้ชัดเจนเลยว่าปัญหาเกิดจากการขันน็อตที่ฟิตติ้งแน่นเกินไป […]

อยากได้สระว่ายน้ำใสๆ… เลือกใช้กระจกหรืออะคริลิคดี?

เดือนที่แล้ว มีผู้ออกแบบสอบถามผมเกี่ยวกับการใช้กระจกมาทำเป็นพื้นสระว่ายน้ำแบบในรูปนี่แหละครับ โดยต้องการพื้นสระเป็นกระจกกว้าง 1.4 เมตร ยาว 4 เมตร และรองรับความลึก 1.5 เมตร… ในรูปนี้ยังมีเฟรมซัพพอร์ทเป็นระยะ แต่งานที่ผมพูดถึงนี่… เค้าไม่ต้องการเฟรมซัพพอร์ทและต้องการเป็นกระจกแผ่นเดียวเลยครับ! งานนี้ผมเลยต้องพึ่งทีมวิศวกรของ Kuraray ในการคำนวณการรับแรง และได้สเปคกระจกที่คำนวณออกมาได้เป็นแบบนี้ครับ จริงๆแล้วในการคำนวณการรับแรง เค้าจะคำนวณการรับแรงของกระจกแค่สองชั้น เพื่อที่จะเผื่อว่า ถ้าหากกระจกแผ่นบนเกิดแตกขึ้นมา กระจกอีกสองแผ่นจะต้องสามารถรองรับน้ำหนักน้ำและน้ำหนักกระจกที่แตกได้เผื่อไว้เลย ซึ่งกระจกเทมเปอร์ลามิเนต 15 มม. 2 ชั้น ที่ใช้ฟิล์ม SentryGlas ความหนา 2.28 มม. จะรับน้ำหนักได้ที่ 1.6 ตันต่อตารางเมตร ซึ่งรองรับน้ำหนักของน้ำได้ที่ความสูง 1.5 เมตรพอดี! แต่ในความเป็นจริง เค้าให้ใช้กระจกลามิเนตถึง 3 ชั้น ทำให้รับน้ำหนักได้อย่างเหลือๆแน่นอนครับ!!! ทีนี้ ถ้าคิดต่อว่า ในเมื่อกระจกแค่สองชั้นก็รองรับน้ำหนักได้ ทำไมเราต้องสเปคกระจกเพิ่มไปถึง 3 ชั้นให้แพงขึ้นล่ะครับ? คำตอบก็คือ ‘ก็เพราะว่ากระจกมันอาจจะแตกได้!’ ซึ่งอย่างเคสนี้ ถ้ากระจกแตก เราต้องเผื่อให้กระจกแผ่นล่างที่ไม่แตก รองรับน้ำหนักทั้งหมดไว้ให้ได้ด้วย […]